วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

MikroTik RB450G กับการตั้งค่า Hotspot และการเปลี่ยนหน้าจอ Login



วันนี้เราจะมาดูวิธีการทำให้ MikroTik RB450G ทำงานเป็น Hotspot กันนะครับขั้นตอนแรกเมื่อเราได้ RB450G มาก็ให้เปิดเครื่องก่อนเลยนะครับ โดยที่ต่อสายจาก Modem เข้าช่องที่ 1 ของ RB450G นะครับ แล้วช่องที่ 2 ก็ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ที่เราใช้ในการ Config ครับตามรูปเลยครับ


จากนั้นก็เปิดเครื่องนะครับตรวจสอบดูจะมีไฟสีฟ้าเปิดขึ้นมา รอสักแป็บจะมีเสียง ปิ๊บๆ ดังขึ้นมานะครับเพื่อบอกว่าเครื่องพร้อมทำงานแล้ว


ต่อมาก็เปิดโปรแกรม WinBox (ดาวโหลดได้จากที่นี้ คลิ๊ก)


กด Connect เพื่อเข้าสู่หน้า Console ของ RB450G จะปรากฏ Default Config ที่ RB450G เตรียมไว้ให้ (Default Config ที่ RB450G เตรียมไว้ให้จะเป็น Port 1 เป็นการต่อจาก Modem ที่ต่อเน็ตอยู่ ส่วน Port ที่เหลือก็ใช้สำหรับต่อเครื่องภายในนั่นเองครับ)


ถึงขั้นตอนนี้ให้ลองใช้งานอินเตอร์เน็ตดูนะครับ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดถึงตรงจุดนี้เราควจจะเล่นเน็ตได้แล้วนะครับ ต่อไปเราจะทำการ Config Hotspot ขึ้นมาเพื่อให้แสดงหน้า Login เวลามีคนต่ออินเตอร์เน็ตครับ


เริ่มทำ Hotspot ได้โดย IP >> Hotspot


จากนั่นกด Hotspot Setup


เลือก Interface ที่ต้องการให้มีหน้า Login แสดงในที่นี้คือ Port 2 ครับ


เลือก IP ของ Hotspot


จากนั่นให้เลือก IP ที่ต้องการแจกให้เครื่องลูกข่ายในแลน


Certificate ให้เลือกเป็น None และทำตามรูปภาพไปเรื่อยๆ






ถึงตรงนี้ก็ให้ตั้งรหัสผ่านตามต้องการเลยครับ มันคือรหัสผ่านที่เอาไว้ Login เข้าเน็ตนั่นเองครับ


จากนั่นเป็นอันเสร็จสิ้นครับ


ให้ลองต่อเน็ตดูครับคร่าวนี้จะมีหน้าต่างให้ใส่ Username Password ออกมาแล้วนะครับ

ลองใส่ Username Password ของ admin ที่เราเพิ่งตั้งค่าตะกี้เข้าไปครับเราก็จะต่อเน็ตได้แล้วละครับ
ต่อไปเราจะมาลองสร้าง User Profile Group (ไว้กำหนดปริมาณข้อมูลที่ User แต่ละคนสามารถใช้ได้ครับ) และการเพิ่ม User เข้าระบบด้วยนะครับ

ขั้นตอนแรกให้สร้าง User Profile Group ก่อนเลยครับ โดยไปที่ IP >> Hotspot แล้วกดเครื่องหมาย + ตามรูปครับ


เราจะสร้าง Group ที่สามารถเล่นเน็ตได้ 400K/128K กันนะครับ


เมื่อสร้างเสร็จจะได้ประมาณนี้นะครับ


จากนี้ไปเราจะเริ่มเพิ่ม User แล้วนะครับ


ให้ตั้งค่า Upload \ Download ตามนี้นะครับ



เมื่อสร้างเสร็จก็จะได้ประมาณนี้ครับ


ที่นี้อยากได้กี่ตัวก็สร้างเอานะครับ อย่างตัวอย่างผมจะสร้าง 50 ตัวนะครับ


เมื่อเราลอง Login ด้วย User ที่เราสร้างมานะครับก็จะสามารถดู User ที่ Active อยู่ได้โดย


ลองตรวจสอบ Speed ที่เราตั้งค่าดูนะครับ


งานสุดท้ายที่เหลือแล้วนะครับคืองานเปลี่ยนหน้าจอ Login ครับเรามาเริ่มกันเลยครับให้เปิด Files ขึ้นมาครับ



ลาก Hotspot Folder ออกมาไว้ที่หน้า Desktop ครับจากนั่นก็ลงมือแก้โค็ดใน login.html ไฟล์ครับ ผู้แก้ควรมีความรู้ HTML นะครับไม่งั้นถ้าเกิดการผิดพลาดมาจะทำให้แก้ไขลำบากครับ แต่ถ้าอยากง่ายก็ดาวโหลดไฟล์ที่ผมแก้ไปแล้วลองเอาไปใช้ดูครับ คลิ๊ก 

เมื่อแก้ไข้เสร็จเรียบร้อยให้ลาก Hotspot Folder กลับเข้าไปใน File Window ใหม่นะครับมันจะทับของเดิมที่มีอยู่ เมื่อลองต่ออินเตอร์เน็ตใหม่เราก็จะได้หน้าตา Login ใหม่แล้วนะครับตามรูปเลยครับ


ถ้าใครต้องการจะเปลี่ยนภาพหน้าจอก็ไปเปลี่ยนใน img folder ไฟล์ที่ชื่อว่า home-screen.png ได้เลยนะครับ แค่ก็อบทับก็ได้แล้วครับ
เพียงเท่านี้ MikroTik RB450G ของเราก็พร้อมใช้งานแล้วละครับ

Load balance ด้วย Mikrotik รวมสาย Internet 3 สาย ด้วย RB450G




สวัสดีครับ


Review นี้จะเป็นการทดสอบอุปกรณ์ Mikrotik RB-450G เพื่อทำการรวมความเร็ว Internet จำนวน 3 คู่สายเข้าด้วยกันครับ




จากรูป ผมทดสอบการเชื่อมต่อ PPPoE Server (ISP) ด้วย Port Ether 1-3 โดยความเร็วจาก Internet เส้นที่ 1 (WAN 1) จะอยู่ที่ 1 Mbps, ความเร็วจาก Internet เส้นที่ 2 (WAN 2) จะอยู่ที่ 512 Kbps และ ความเร็วจาก Internet เส้นที่ 3 (WAN 3) จะอยู่ที่ 512 Kbps 


จากนั้นทำการ Config Port Ether 1-3 ที่ Mikrotik Router Board เป็น PPPoE Client และทำการ Config ให้เป็น Load Balance ส่วน Port Ether 4-5 ให้เป็น Bridge ครับ เป็น DHCP Server ตามปกติ




ลองทดสอบ Speed Test ผ่าน Web Speed Test




จากรูปจะเห็นว่าออกแค่ WAN เดียว !!! 

คือความเร็ว Internet ของเส้นที่ 1 (1 Mbps)  ซึ่งถูกต้องแล้วครับ  Cheesy  ตรงนี้มีผู้ที่เข้าใจผิดกันเยอะ หลายๆท่านพอ Set Load Balance เสร็จแล้ว ก็ทดสอบความเร็วด้วยการเข้า Web Speed Test พอเห็นผลที่ได้ ความเร็วมันดันไม่รวมกัน ก็จะคิดไปว่า Config ค่าไม่ถูกต้อง นั่งแก้กันปวดหัวกันไป สุดท้ายไปลงที่อุปกรณ์ กลายเป็นว่าอุปกรณ์ไม่ Work ซะงั้น  Wink Wink

เวลาเราใช้ Web Speed Test ยังไงๆ มันก็วิ่งไปที่ Server เขาแค่ Internet เส้นเดียวครับ  Smiley

ถ้าจะ Test Speed ว่ารวมได้จริงหรือไม่ ให้ถูกต้องต้องใช้พวก Peer 2 Peer เช่น พวก Bittorrent นี้แหล่ะ หา File ที่เขาปล่อยเยอะๆ (จำนวน Seed เยอะๆ) จะได้ผลลัพท์ที่ถูกต้องครับ (ไม่ขออธิบายเรื่อง ECMP นะครับ เดี๋ยวมันจะยาววว)

ล่าสุด ถ้าทดสอบกับ SpeedTest.net จะรวมความเร็วเป็น 3 เส้นได้นะครับ


จากรูป Config Mikrotik Loadbalance 3 Wan เรียบร้อยแล้วครับ ทดสอบด้วยการ DownLoad Bittorrent ค้างไว้ ซึ่งไฟล์นี้มีคนปล่อยประมาณ ร้อย กว่าคน






ความเร็วเต็มๆ ประมาณ 2 Mbps ซึ่งถ้ารวมความเร็ว Internet ทั้ง 3 เส้น คร่าวๆ ประมาณ 2 Mbps (1 Mbps + 512 Kbps + 512 Kbps)




จากนั้นก็ Disconnect ของ Internet เส้นที่ 2 (512 Kbps) และ 3 (512 Kbps)




เหลือความเร็วแค่ 1 Mbps (ซึ่งเท่ากับความเร็วของ Internet เส้นที่ 1)




ลองทดสอบอีกแบบครับ ผม Connect Internet เส้นที่ 1 (1 Mbps) กับเส้นที่ 2 (512 Kbps) เอาไว้ จะได้ความเร็วประมาณ 1.6 Mbps (1 Mbps + 512 Kbps) จากนั้นก็ Connect Internet เส้นที่ 3 (512 Kbps) ความเร็ว Internet ก็จะเพิ่มกลับมาที่ 2 Mbps เช่นเดิมครับ






จริงๆแล้ว Mikrotik รุ่น  RB-450G สามารถทำ Load Balance เพื่อรวมความเร็ว Internet ได้ถึง 4 คู่สายครับ (เข้า 4 เส้น ออก1 เส้น) แต่ผมยังไม่เคยลองถึงเรื่องความเสถียร แต่ถ้าเป็น 3 คู่สายนั้น ได้มีลูกค้าทางร้าน Sysnet ได้นำไปลองใช้งานหลายท่านแล้วครับ ใช้งานได้ดีไม่มีปัญหาครับ  Grin Grin




ในกรณีที่ต้องการให้ทางร้าน Config Mikrotik เป็น Loadbalance ทางร้านสามารถทำให้ได้ครับ แต่ทางลูกค้าต้องมีความเข้าใจด้าน Network และการใช้งาน Mikrotik พอสมควรนะครับ เพราะทางร้านจะไม่รับ Support ปัญหาในส่วนนี้และส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากต้องมาอธิบายถึงทฤษฎีต่างๆ และหลายๆครั้ง ปัญหาที่เกิดขึ้นทางร้านก็ไม่สามารถแก้ไขให้ได้ครับ


ถ้าต้องการ Loadblance ใช้งานง่ายๆ Click ไม่กี่ทีก็เสร็จเรียบร้อย แนะนำเป็นอุปกรณ์ Load balance โดยตรงจะดีกว่าครับ เพราะอุปกรณ์ Loadbalance ที่เขาผลิตมาโดยตรงจะมีทีม Network Engineer คอยแก้ไข คอย update ตลอด ไม่เหมือน Mikrotik ซึ่งต้องแก้ไขปัญหากันเองครับ ซึ่งหลายๆครั้งการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่มันกลับทำให้เสียเวลา หรือต้องวิ่งไป maintenance หลายๆรอบ ซึ่งไม่คุ้มกันเลยครับ
 http://www.sysnetcenter.com/18-vpn-load-balance-router

วันพุธที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เรื่องการติดตั้งเน็ตหอพัก แบบwiless Lan แชร์มาอีกที


เรื่องการติดตั้งเน็ตหอพัก แบบwiless Lan
เรื่องราวมีอยู่ว่าพ่อทำหอพักขึ้นมา 5ชั้น ชั้นละ15ห้องแบ่งด้านหน้า 8
ห้อง ด้านหลัง 7 ห้องโดยมีบันไดอยู่ตรงกลางฝั่งด้านหลัง แบ่งซ้าย4 ขวา3
ห้อง มีบันไดตรงกลางระหว่างชั้น
บังเอิญอีกว่าเป็นผมลูกคนเดียวที่ดูเหมือนจะเป็นคอมมากที่สุด
(ส่วนมากเป็นUSER ไม่ค่อยเป็นหรอกเรื่องวางระบบ )
เปิดเน็ตศึกษาแล้วพบว่าต้องใช้อะไรบ้าง ก็ไปซื้อมาซะ
ได้มาแบบคนไม่มีความรู้ก็มี
1.Linksys wrt54GL มา 3 ตัว
2.สายแลนมาซะ 1ม้วน บอกเค้าไปว่า แอมป์แท้ แต่ไหงราคาออกมาตกม้วนละ 2500
บาท (300 เมตร) สงสัยว่าจะถูกหลอก
3. หัวRJ45 20 หัว
สิ่งที่มีอยู่แล้วคือ MODEM ที่แถมมากะเน็ตTRUE ยี่ห้อฮั่วเว่ยนี้แหละ
มา ถึงขั้นตอนแรกก็อัพเฟริมแวร์ WRT54GL ทั้ง 3 ตัว เป็นDD WRT V23
สเปเชี่ยว ตามความรู้งูงูปลาๆ ที่ได้จากเน็ตเป็นที่เรียบร้อย
(ทำที่บ้านนะครับไม่ใช่หอพัก คนละที่
แบบว่าอยากลองศึกษาวิธีต่อให้เรียบร้อยก่อนค่อยไปต่อที่หอพัก
พอดีที่บ้านมี ทรูADSL เหมือนกัน)
ติดปัญหาแรกคือ ดันต่อ WRT54GL ทั้ง 3 ตัวแบบใช้สายไม่เป็น
เซ็ตค่าไม่ถูก เดินสายไม่ถูก ว่าต้องเข้าสายด้านหลังwrt54GLทั้ง 3
อย่างไง
เพราะลองเสียบดูแล้วจาก ตัวแรกตัวเดียวต่อกะmodem-->wan wrt54Gl1
lan--->pci lan หลังคอมพิวเตอร์ confic ค่าเป็น PPP0E ใส่USE pass
เซพค่าปรากฎว่าต่อเน็ตได้เร็วดี มาดูด้านwiless ต่อกะ notebook
เล่นในห้องปรากฎว่าเล่นได้
แต่พอจะต่อ WRT54GL ตัวที่สองก็เดินสายแบบนี้ modem-->wan wrt54Gl1
lan--->LAN wrt54gl
ตัวที่สองปรากฎว่าเข้าเน็ตไม่ได้ทั้งที่เดินสายlanไปหลังคอม และwiless
notbook ในห้อง OK ยอมรับสงสัยเซ็ตค่าไม่เป็น
ลองค้นหาในเวปก็มีแต่ ผู้ที่รู้มากแล้ว ตอบแบบผู้ที่รู้มากรู้กัน
ไม่มีแบบstep by step แบบเดินสายของap ให้ผู้รู้น้อยเลย(หรือว่าหาไม่เจอ)
เจอแต่step by step การต่อ WDS เอาก็เอาต่อแบบเดินสายยังไม่เป็น
ข้ามไปต่อแบบWDS เลยละกัน (แต่ใจจริงอยากต่อแบบ เดินสายมากว่าเพราะ
เน็ตหอพักต้องการให้มันเสถียร)
เอาหล่ะต่อแบบ WDS ตามเน็ตแบบ step by step โดย
wrt54GLตัว1เป็นrouterเพราะไม่มีROUTER และตัวที่2 เป็นwds
ถามว่าสำเร็จไหม
ตอบ ว่าสำเร็จครึ่งหนึ่ง เพราะว่า พอทำทุกอย่างตามSTEPเสร็จแล้ว
ก็ลองเอา wrt54gl ตัวที่2 LAN ----> pci lan ของPC
เล่นได้คับเน็ตจากสายLAN แต่พอมาถึงเทสการรับสัญญาณไวเลสกะnotbook
สัญญาณเต็มแบบเข้มๆเจอทั้งWRT54GL ตัวที่ 1 และตัวที่ 2
แต่เข้าใช้เน็ตได้ช้ามากมาย ถ้าเป็นแบบนี้ลูกค้าในหอพักคงจะเบื่อ
มาเข้าคำถามนะครับสำหรับผู้รู้ทั้งหลายรบกวนตอบแบบผู้รู้น้อยเข้าใจด้วยนะครับ
1.ใจจริงอยากตอ่เบบเดินสายครับ แต่ไม่มีคู่มือแบบSTEP by STEP
ตามความเข้าใจของผมคือ
1.1เรื่อง เดินสาย เดินสาย MODEM----> LAN wrt54glตัวที่1LAN---->LAN
wrt54gl ตัวที่2 LAN ---->LAN wrt54gl ตัวที่ 3 ถูกต้องไหมครับ
1.2 เรื่องการตั้งค่า WRT54GL ตัวที่1รับสัญญาณจากMODEM
ตั้งค่าเป็นppp0E , MODE WILESS ตั้งค่าเป็น AP และเปิดDHCP
ตัว ที่สองเปลี่ยนip เดิมค่ามาจากโรงงานคือ 192.168.1.1 เป็น 192.168.1.2
ตั้งค่าเป็น......(อะไรดีครับ), MODE WILESS ตั้งค่าเป็น AP และปิดDHCP
ตัวที่สามน่าจะต้องตั้งค่าเหมือนตัวที่2 แต่เปลี่ยนip เป็น 192.168.1.3
ใช่ไหมครับแล้วต้องตั้งอะไรเพิ่มอีกครับ
IP Modem กับ IP router 192.168.1.1 ชนกันต้องเปลี่ยนหนีกันไหมครับ
2. การออกแบบการตั้งAPที่หน้างาน(หอพัก)wrt54GL ตัว1
ต่อกับMODEMคงจะต้องอยู่ในoffice ตัวที่ 2ตั้งใจว่าจะไว้ชั้น 2
ตรงกลางบันได ตัวที่ 3 ตั้งใจจะไว้ชั้น 4 ตรงกลางบันไดเป็นเส้นตรง
เนื่องจากว่ามันเป็นบันไดสัญญาณมันจะรบกวนกันไหมครับ (คิดเผื่อกรณี
3ตัวไม่พอต้องมีตัวละชั้น)
3.สายlan ampแท้ 2500 บาท/ม้วน มันจะแท้ไม่แท้อะครับ
ถูกหลอกใช่ไหม(อันนี้ขอตอบประดับความรู้ว่าดูไงด้วยครับ)
4. ผมต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติมอะไรอีกไหมครับ (ดูจากรูปการเดินสาย
AP)หอพักเห็นเค้ามี hup swich จำเป็นไหมครับหรือว่าต่อจากหลังwrt54gl
ไปเรื่อยๆก็ได้ แล้วการต่อหลังwrt54glไปเรื่อยๆกับการผ่าน swich
เดินตรงเข้า AP แต่ละชั้นอันไหนจะเสถียรกว่ากัน
5. ระหว่างเดินสาย กับWDS ความเร็วการเล่นเน็ตต่างกันเยอะไหมครับ
ถ้าต่างกันไม่เยอะอาจจะใช้แบบ WDS จะได้ไม่ต้องเดินสาย
6. ทำไมการทำWDS ที่ผมทดลองทำ สำเร็จครึ่งหนึ่งที่กล่าวมาข้างต้น
ใช้เน็ตผ่านสายLAN ต่อเข้าPC ได้เร็วดี แต่ใช้เน็ตผ่านwilessได้ช้ามากมาย
บางที่เข้าหน้าเวปไม่ได้เลยก็มี เป็นเพราะสาเหตุวางเครื่องทั้ง 2
ใกล้กันมากไปหรือเปล่า(เนื่องจากเป็นการทดลองในห้องนอน)สัญญาณมันเต็ม4-5
ขีดทั้ง 2 ตัว แต่เน็ตเต่ามาก หรือควรย้ายช่องสัญญาณ
7.ผู้รู้ท่านได้มีวิธีเดินสาย แบบSETP BY STEP
และการเซ็ตค่ารบกวนทิ้งLINK ไว้ด้วยครับ
ขออภัยด้วยเนื่องจากภาษาอังกฤษไม่แข็งแรงอาจจะมีพิมพ์ผิดไปบ้าง
หรือใช้ไทยคาราโอะเกะแทน
หากมีข้อสงสัยใดขออนุญาติถามเพิ่มเติมในกระทู้นี้ต่อนะครับ

จากคุณ : tro_22
ความคิดเห็นที่ 1

โอ้โฮ..เรื่องมันจะว่ายาวก็ยาว จะว่าไม่ยาวก็ไม่ยาว
ก่อนอื่นท่านต้องมีคอมพิวเตอร์เพื่อทำเซอเวอร์หนึ่งชุดแน่นอนตามกฎหมายใหม่
เพื่อเก็บข้อมูลการใช้แต่ละคน เพราะถ้าไม่มีแล้ว
เกิดผู้เช่าท่านใดไปโพสให้คุณให็โทษคนอื่นแล้วคุกจะมาเยี่ยมท่านถึงหน้า
บ้านทีเดียว
กลับมาพูดถึงการต่อระบบของท่าน เอาง่ายๆ ผมขี่เกียจอ่านคำถาม
1_มีโมเด็มเราเตอร์หนึ่งตัวเป็นอย่างต่ำ เช่นไอพี 192.168.1.1
กำหนดให้จ่าย DHCP สตาร์ทซั๊กที่ไอพี 192.168.1.11 - 192.168.1.100
2_มีสวิทฮับอย่างต่ำ 5-8 พอร์ทหนึ่งตัว แล้วต่อไปหาโมเด็มเราเตอร์
3_เดิน สายเส้นใครเส้นมันจากสวิทฮับไปหา WRT54GL แต่ละตัว
แล้วตั้งไอพีตัวแรกเช่น 192.168.1.2 , 192.168.1.3 , 192.168.1.4
ตามลำดับ ปิด DHCP ตั้งช่องสัญญาณเช่น 1 , 3 , 5 ตามลำดับ อย่าให้ซ้ำกัน
ตั้งชื่อ SSID เป็นชื่อเดียวกัน
(ตัวละชื่อก็ได้ถ้าเข้าใจการทำงานเพราะมันจะมีเงื่อนไขตามมาอีก)
รหัสแต่ละตัวเหมือนกันหรือต่างกันก็ได้ แต่เหมือนกันง่ายต่อการจดจำ
4_ไม่แนะนำให้ตั้งแบบ WDS มันจะเกิดคอขวดกับตัวแรก
จากคุณ : 1111 - [ 7 มิ.ย. 52
แนะนำอีกแบบนึง จากสวิทฮับ ไปหา WRT54GL ตัวที่หนึ่ง
แล้วเดินสายจากตัวที่หนึ่งไปสอง จากสองไปสามก็ได้ เสร็จแล้วเปิด Rflow
ที่ตัวแรกและลงโปรแกรม RFlow Net Monitor
ที่คอมป์อีกตัวทิ้งใว้เลยเพื่อดูการจราจรในเครือข่าย
แล้วจะได้รู้ว่าใครโหลดบิท และเรียกมาเช็คบิลซ๊ะ
จากคุณ : 1111
ถ้าจะให้ดี ต้องไปหา hub/switch ราคาถูกมาตัวนึงครับ เพื่อต่อเข้ากับ
ADSL modem/router
จากนั้น ก็โยงจาก hub/switch เข้า WAN ของ WRT54GL แต่ละตัว สำหรับห้องพักแต่ละชั้น
แล้วก็คอนฟิกไปตามปกติ ด้วยวิธีนี้ แต่ละชั้นก็จะเป็นอิสระจากกัน
แต่ถ้าอยากประหยัดงบ ก็ต้องใช้วิธีต่อโยงจาก WRT54GL ตัวนึง
โยงไปยัง WRT54GL อีกสองตัว ซึ่งจะทำให้ สองตัวหลัง มีฐานะเป็น subnet
ของตัวแรกอีกที
คุณต้องคอนฟิกระบบให้ถูก ระบบก็จะทำงานได้ แต่อย่าลืมว่า สองตัวหลังเป็น
subnet ของตัวแรก
ดังนั้นหากตัวแรกล่ม ก็ล่มหมดครับ ซึ่งต่างจาก case แรก
ที่ตัวใดตัวหนึ่งล่ม ก็ล่มเฉพาะชั้นนั้น
นอกเสียจากว่า ADSL ล่ม อันนั้นล่มหมด ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
เพราะถ้า ADSL ล่ม แต่เนทคุณยังใช้ได้
คุณคงต้องปักธูกทำบุญเลี้ยงพระขนานใหญ่แล้ว ฮิฮิ
จากคุณ : ซึบาสะ
ลองต่อจาก wrt ตัวที่ 1 ออกทางสาย lan แล้วไปเข้า WAN ของ wrt ตัวที่ 2
แล้วปิด DHCP ของมันซะ
ลองดูนะครับ
จากคุณ : coonismile

ผมว่าเพิ่ม AP อีกสักตัวจะดีกว่านะ คร่าวๆก็วางตามรูปเลย
AP 1-2 ตั้ง SSID ให้ตรงกัน
AP 3-4 ตั้ง SSID ให้ตรงกัน (อย่าให้เหมือน 1-2)
ส่วน IP ของ AP ก็ตั้งอย่าให้เหมือนกัน

จากคุณ : บาทเดียว

คือว่า ตอนนี้ยังไม่มีเครื่อง sever นะครับ พอดีเด็กที่หอเร่งมา
พ่อก็มาเร่งต่อ ยังไม่มีความรู้เรื่องเครื่อง sever เลย ครับ
อยากต่อให้มันพอเล่นได้ก่อน แล้วจะศึกษาเรื่องsever
อีกครั้งตามไปติดที่หลังอะครับ ตอนนี้คอมที่ใช้เซ็ตค่าต่างๆก็
คือคอมตั้งโต๊ะในห้องนอนนี้แหละครับ จะเอาไปติดตั้งแบบ
สายโทรศัพท์--->modem--->---->router(wrt54GL-1) โดยไม่ผ่านsever ก่อน
จากคำแนะนำ ผมก็จะหาซื้อ swich hub มาก่อน 1 ตัว ต่อแบบ
สายโทรศัพท์--->modem---->router(wrt54GL-1)--->swich hup --->ap ชั้น2
--->apชั้น4 ตามความเห็น 1 ก่อนครับ
มีคำถามต่ออีก เนื่องจาก wrt54GL ไม่มีmodem จะวางswich hup ที่ตรงไหน ระหว่าง
สายโทรศัพท์--->modem---->router(wrt54GL-1)--->swich hup --->ap ชั้น2 --->apชั้น4
กับ
สายโทรศัพท์--->modem---->swich hup--->router(wrt54GL-1)--->ap ชั้น2 --->apชั้น4
จากคุณ : tro22 (tro_22)
คุณก็ตัด Server ออกให้ ADSL Router เป็นตัวแจก IP แทนก็แค่นั้น
จากคุณ : บาทเดียว

ผมรับทำระบบ internet หอพักอยู่ครับ โทรมาปรึกษาได้ 08-9850-6685 หรือจะให้ทำให้ก็ไม่แพงครับ เพราะจากที่คุณเขียนมา อุปกรณ์ครบแล้ว ต้องปรับแต่งนิดหน่อย เพิ่ม server สักตัว เพื่อเป็นตัวจัดสรร BW ให้แต่ละเครื่อง และเก็บ logfile ป้องกัน พรบ.คอมพิวเตอร์ปี 2550 จะใช้ระบบ username password หรือ กำหนด mac address ก็ได้ ตึก 5 ชั้น ชั้นละ 15 ห้อง น่าจะใช้ access point 6 ตัว กำลังงาม HUB 8 port 1 ตัว รับประกัน 1 ปี ครับ ดูแลให้ตลอด

วันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ไม่ให้ win7ติดตั้งโปรแกรม ทำไงมาดูกัน

เริ่มต้น Account ใน Windows ของคุณต้องเป็นระดับ Administrator ซึ่งปกติแล้วถ้าเราลง Windows ใหม่ๆ Account ของคุณก็จะเป็น Administrator อยู่แล้วนั่นเอง ตรวจสอบง่ายๆ โดยไปที่ Start และคลิกที่ Icon ที่เป็น User

จากนั้นให้ตรวจสอบนั้นให้ทำการตั้ง Password ของ User ที่เป็น Administrator ให้เรียบร้อย สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยตั้งก็ให้คลิกที่ Create a password for your account หรือใครที่เคยตั้งเอาไว้แล้วและต้องการจะเปลี่ยนก็ให้คลิกที่ Change your password ก็ได้ครับ
จากนั้นให้สร้าง User ที่เราต้องการจะให้เป็น User ที่ถูกจำกัดสิทธิขึ้นมา โดยคลิกที่ Manage another account ดังรูปด้านล่างนี้ 
คลิกที่ Create a new account ดังรูปด้านล่างนี้

พิมพ์ชื่อ User ที่ต้องการลงไป สำหรับในตัวอย่างผมจะใช้ชื่อว่า TheUser แต่คุณสามารถใช้ชื่อใดๆ ก็ได้ตามต้องการครับ จากนั้นให้เลือกเป็น Standard user ดังรูปด้านล่างนี้ และกดปุ่ม Create Account ได้ทันที  
จากนั้นคุณก็จะพบว่าคุณได้สร้าง User ระดับ Standard user ขึ้นมาได้เรียบร้อยแล้วดังรูปด้านล่างนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วเพียงเท่านี้ ผู้ใช้ที่ Login ด้วย User ระดับ Standard user นี้ก็จะไม่สามารถเข้าไปติดตั้งโปรแกรมเพิ่ม หรือเข้าไป Set ค่าต่างๆ ใน Control Panel ได้อยู่แล้วนะครับ เมื่อมีการติดตั้งโปรแกรม หรือมีการเข้าไปยุ่งกับ Control Panel ระบบก็จะมีหน้าจอเด้งขึ้นมาให้ใส่ Password ของ User ที่มีระดับเป็น Administrator ขึ้นมาทันทีครับ (หากเราเป็น Administrator และรู้รหัสก็สามารถใส่และดำเนินการต่อได้ทันทีครับ)
แต่ถ้าหากว่าใครอยากจะเพิ่มความเข้มงวดในการใช้ของ User นี้เช่น อยากว่า User นี้ให้ใช้คอมพิวเตอร์ได้เวลานี้ๆ หรือเวลาที่เรากำหนดเท่านั้น, ห้ามเล่มเกม หรือห้ามใช้บางโปรแกรม ก็สามารถกำหนดเพิ่มได้นะครับ โดย
 
1. ให้คลิกที่ Set up Parental Controls 

2. ตรง Select a provider ตรงนี้จะเป็นส่วนเสริมที่ทำให้คุณสามารถ Monitor user ที่ต้องการผ่าน Windows Live Messanger (MSN) ได้ด้วย แต่ในที่นี้เราเลือกเป็น (none) 

3. จากนั้นให้คลิกเลือก User ที่ต้องการกำหนดสิทธิ และเลือก On, enforce current settings ดังรูปด้านล่าง แล้วสามารถคลิกกำหนดสิทธิ์ในส่วนของ Time limits (กำหนดเวลาการใช้งานเครื่องคอม), Games (กำหนดไม่ให้เล่นเกม),  Allow and block specific programs (กำหนดโปรแกรมที่ไม่อนุญาติให้ใช้) ได้ตามต้องการดังรูปด้านล่างนี้เลยครับ


คราวนี้เวลาเปิดเครื่องขึ้นมา หน้าจอก็จะมาค้างที่ให้เลือก User ว่าจะเข้า User ไหน ซึ่งจากตัวอย่างในคอมพิวเตอร์เครื่องนี้จะมี 2 User ดังรูปด้านล่างนี้ ถ้าเป็นเราเจ้าของเครื่องก็จะเข้า User ระดับ Administrator เพราะเราทราบ Password ของ Administrator ก็สามารถเข้าไปใช้งานมีสิทธิเต็มที่ได้ตามปกติ 
 
แต่ถ้าเป็นคนอื่นที่เราไม่อยากให้เข้ามาลงโปรแกรมอะไรเพิ่ม หรืออยากให้ใช้อย่างเดียว ไม่อยากให้มายุ่งกับ Control Panel ก็ให้เข้า User ระดับ standard user ที่เราจำกัดสิทธิ์เอาไว้นั่นเอง เพราะว่า user นั้นเราไม่ได้กำหนด Password สามารถคลิกเข้าไปใช้งานได้ทันทีดังรูปด้านล่างนี้


แต่ว่าเพื่อความเนียนในการใช้งานนะครับ คือเราไม่อยากให้เขาต้องมาเห็นว่าเครื่องเรามี 2 User และเขาต้องมากดที่ตัวที่เป็น Standard user แต่เราอยากให้แบบว่า พอเปิดเครื่องมาให้คอมมันเด้งเข้า User ที่เป็นตัว Standard user ที่เรากำหนดสิทธิ์เอาไว้ทันที (เพื่อเป็นการซ่อน User ที่เป็น Administrator แบบง่ายๆ ไปด้วย) ก็สามารถทำได้ง่ายๆ นะครับ สามารถอ่านได้ที่นี่ครับ --->  http://tipded.com/index.php?topic=44.0    
และหากคุณไม่ต้องการให้ User นั้นตั้งหรือเปลี่ยน Password สามารถทำการป้องกันได้ตามบทความนี้ครับ ---> http://tipded.com/index.php?topic=46.0 

 อ้างอิ้ง ครับ http://tipded.com/index.php?topic=43.0 

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การตั้งค่าการเชื่อมต่อ เพื่อให้สามารถควบคุมเครื่องปรับอากาศSamsung Wifi ผ่านทาง WiFi โดยใช้ Smart Phone




การควบคุมเครื่องปรับอากาศด้วยสัญญาณ WiFi โดยใช้การสั่งการจากSmart Phone
ในปัจจุบันมีนักพัฒนาซอฟท์แวร์หลายๆรายได้สร้างสรรค์และพัฒนาโปรแกรม ในรูปแบบซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่น(Application) สำหรับนำมาใช้ควบคุมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าแบบไร้สายในระยะใกล้ และระยะไกลโดยใช้การสั่งการจากApplication ที่ติดตั้งบน SmartPhone
แต่ในแวดวงเครื่องปรับอากาศบ้านเรา การนำเอา Smart Phone มาใช้ในการควบคุมเครื่องปรับอากาศโดยตรงถือเป็นเรื่องใหม่ในเครื่องปรับอากาศ ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่อย่างSAMSUNGได้ทำการเปิดตัว เครื่องปรับอากาศสำหรับใช้ในบ้านพักอาศัยโดยมีจุดเด่นในเรื่องการควบคุมแบบอัจฉริยะ ที่สามารถควบคุมเครื่องปรับอากาศได้จาก SmartPhone ด้วยสัญญาณ Wi-Fi 
เครื่องปรับอากาศในบ้านเราที่รองรับการควบคุมในรูปแบบนี้ที่ออกมาแล้วก่อนหน้านี้ก็มีเครื่องปรับอากาศ Trane Greenergy Inverter Multi System ซึ่งสามารถควบคุมการทำงานผ่านทางแอปพลิเคชั่นบน iPad แต่เนื่องด้วยรูปแบบการทำตลาดที่ดูจะไม่ค่อยเข้าถึงผู้บริโภคทั่วไปสักเท่าไหร่อีกทั้งส่วนใหญ่ยังเป็นเครื่องปรับอากาศแบบ Multi System หรือเครื่องปรับอากาศระบบรวมที่ใช้คอยล์ร้อนเพียงชุดเดียว รองรับคอยล์เย็นหลายๆชุดทำให้กลุ่มตลาดลูกค้าที่ใช้ดูจะอยู่ในกลุ่มเฉพาะและไม่ค่อยแพร่หลายในแวดวงผู้ใช้ภาคครัวเรือนระดับทั่วไปจึงทำให้ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

การตั้งค่าก่อนใช้งานเครื่องปรับอากาศ SAMSUNGSmart Wi-Fi Inverter

ก่อนการใช้งาน จะต้องดำเนินการในส่วนของการตั้งค่าเบื้องต้นเพื่อเชื่อมต่อเครื่องปรับอากาศเครื่องนี้ เข้ากับเครือข่ายไร้สายภายในบ้านสำหรับการใช้งานฟังก์ชั่นการควบคุมผ่าน Application บนSmartPhone
รายละเอียดการตั้งค่าเบื้องต้นมีอธิบายไว้แล้วในคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตให้มา

แต่การใช้งานในครั้งแรกก็อาจจะยุ่งยากสักนิดสำหรับใครที่ไม่เคยตั้งค่าระบบและไม่เคยใช้งานเครื่องปรับอากาศเครื่องนี้มาก่อน(แบบผม)ก็คงต้องใช้เวลาเรียนรู้และทำความเข้าใจเบื้องต้นกันสักพัก 
ในขั้นแรกสุดผมพยายามอ่านข้อมูลที่ระบุในคู่มือ(ทั้งหมด)ให้เข้าใจก่อนหลังจากนั้นก็ค่อยๆลองทำตามที่บอกในคู่มือเป็นขั้นๆไป

สำหรับโทรศัพท์มือถือ Smart Phone ที่จะเอามาใช้ทดลองตั้งค่าในครั้งนี้ผมขอเอาเป็นตัวที่ผมมีใช้อยู่ คือ iPhone 5 กับ SAMSUNGGalaxy S3เพื่อจะได้นำมาทดลองให้ดูในมุมมองของ ระบบปฏิบัติการ iOSและ ระบบปฏิบัติการ Android
ส่วนระบบปฏิบัติการ Windows Phone อันนี้ต้องขออภัยด้วยจริงๆเพราะส่วนตัวผมเอง ไม่มีโทรศัพท์มือถือ Smart Phone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการWindows Phoneไว้ในครอบครองจึงไม่สามารถนำมาประกอบการรีวิวให้ดูได้ และผมก็ไม่แน่ใจว่าApplication ที่ใช้ควบคุมเครื่องปรับอากาศเครื่องนี้ ทางWindows Phone มีการรองรับหรือไม่

อันดับแรกสุด ตรวจสอบเบื้องต้นว่า Wi-Fi Router ที่ใช้งานอยู่ รองรับการใช้งานควบคุมเครื่องปรับอากาศหรือไม่วิธีตรวจสอบเบื้องต้นโดยสังเกตที่บรรจุภัณฑ์ว่ามี สัญลักษณ์(ตามภาพข้างล่าง)หรือไม่ ถ้ามีก็ใช้งานได้

การเชื่อมต่อเครื่องปรับอากาศเครื่องนี้เข้ากับเครือข่ายไร้สาย(การตั้งค่าเครือข่าย)ตามที่ระบุมาในคู่มือ สามารถทำได้สองวิธี คือ 
1.    การเชื่อมต่อเครือข่ายผ่านทาง Applicationของ Smart Phone
2.    การเชื่อมต่อเครือข่ายกับการตั้งค่า WPS

การเชื่อมต่อเครื่องปรับอากาศเข้ากับเครือข่าย มีสองวิธีแต่...ให้เลือกใช้วิธีใด เพียงวิธีหนึ่ง
และผมก็เลือกใช้วิธีที่ 1 โดยการเชื่อมต่อเครือข่ายผ่านทางApplication ของSmart Phone

การตั้งค่าเครือข่ายด้วย iPhone

สำหรับการตั้งค่าเครือข่ายด้วย iPhone แรกสุดคือต้องเข้าไปที่ App Store เพื่อDownload application ที่ชื่อว่า Smart Air Conditioner ซึ่งสามารถDownloadและติดตั้งได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว จะพบ Application ที่มีไอคอนแบบในวงกลมสีแดงแสดงอยู่บนหน้าจอ

หมายเหตุ Application ที่ใช้สำหรับควบคุมเครื่องปรับอากาศในการนำไปใช้งาน สามารถเลือกให้แสดงผลออกมาได้ทั้งเวอร์ชั่นภาษาไทย และภาษาอังกฤษขึ้นอยู่กับการตั้งค่าในส่วนภาษาหลักที่ใช้บน Smart Phone  
รายละเอียดของ Application ที่แสดงในรีวิวชุดนี้ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจาก Smart Phone ของผมตั้งค่าภาษาหลักเป็นภาษาอังกฤษ 
ซึ่งถ้าอยากให้ภาษาใน Application เป็นภาษไทยจะต้องเปลี่ยนภาษาหลังของSmart Phone ในsetting ให้เป็นภาษาไทยก่อน

ก่อนที่จะดำเนินการตั้งค่าระบบ เราต้องเปิดเครื่องปรับอากาศให้ทำงานก่อนแล้วกดตั้งค่าบนรีโมทคอนโทร โดยกดปุ่ม [2ndF] บนรีโมท 
แล้วกดปุ่ม [Wi-Fi]

ให้สังเกตบนหน้าจอ LEDบนตัวเครื่องปรับอากาศ ต้องแสดงข้อความ {AP} จึงจะทำการตั้งค่าเครือข่ายได้

เข้าไปที่ [Setting]  [Wi-Fi]ในเมนูการตั้งค่าของ iPhone 
จากรายชื่อของ Wi-Fi ให้เราเลือกเชื่อมต่อกับ SMARTAIRCON

เมื่อเราเลือกเชื่อมต่อกับ SMARTAIRCONแล้วป้อนรหัสผ่านว่าJUNGFRAU2011

จากนั้นก็เปิด Application Smart Air Conditioner ที่ได้ทำการติดตั้งไว้แล้วก่อนหน้านี้จากนั้นเตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการตั้งค่าเครือข่าย
เมื่อเปิด Application Smart Air Conditioner ขึ้นมาแล้วจะพบหน้าจอเมนูหลัก
ให้เลือกเมนู [Network Setting] หรือ[ตั้งค่าเครือข่าย]

ตรวจสอบตามคำแนะนำเบื้องต้นถ้าเครื่องปรับอากาศมีการแสดงผลตามคำแนะนำแล้ว ให้เลื่อนลงมาข้างล่างสุด แล้วเลือก[Setting Start] หรือ [ตั้งค่าเริ่มต้น]


หลังจากนั้น ป้อนข้อมูลของ Routerที่ใช้งานอยู่ในขณะนั้น (AP Information)
ข้อมูลที่จำเป็นจะต้องป้อน คือ SSID , ประเภทของความปลอดภัย, ประเภทของการเข้ารหัสข้อมูล และรหัสผ่าน
เมื่อป้อนข้อมูลเบื้องต้นเสร็จ ให้กด [OK]

เมื่อมีข้อความ “Transfer complete” หรือ “การตั้งค่าการเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์” ปรากฏขึ้นให้กด [OK]

กลับไปที่ [Setting]  [Wi-Fi] ในเมนูการตั้งค่าของiPhone ทำการเลือก Routerที่ใช้งานอยู่

ลองเปิดฝาครอบบริเวณส่วนหน้ากากของชุดเครื่องปรับอากาศ(หน้ากากที่คอยล์เย็น)
เราจะพบกล่องสีดำ ติดอยู่ที่หน้ากากส่วนบนซึ่งกล่องสีดำตัวนี้เป็นมอดูลของ Wi-Fi ถ้าหากเครื่องปรับอากาศได้รับการเชื่อมต่อเข้ากับRouter ได้อย่างถูกต้อง ไฟสีเขียวบนมอดูล Wi-Fi จะสว่างขึ้น

หลังจากนั้น ให้สังเกตหน้าจอ LED บนเครื่องปรับอากาศ
หลังจากที่เราดำเนินการตั้งค่าเครือข่ายเสร็จ ผ่านไปประมาณสองนาทีหลอดไฟที่อยู่ตรงสัญลักษณ์Wi-Fi จะสว่าง แสดงว่าขั้นตอนการตั้งค่าเครือข่ายเบื้องต้น ได้เสร็จสมบูรณ์ สามารถใช้ iPhoneควบคุมเครื่องปรับอากาศได้แล้ว



การตั้งค่าเครือข่ายด้วย Smart Phone ระบบปฏิบัติการ Android

สำหรับการตั้งค่าเครือข่ายด้วย Smart Phone ระบบปฏิบัติการ Android ในการสาธิต ผมจะใช้เป็นSAMSUNG Galaxy S3 มาตั้งค่าการควบคุมเครื่องปรับอากาศเครื่องนี้

ก่อนอื่นจะต้องติดตั้ง Application ที่ใช้ควบคุมเครื่องปรับอากาศ โดยการเข้าไปที่ Play Store หรือแหล่ง Download Application เพื่อ Download applicationที่ชื่อว่า Smart Air Conditioner โดยสามารถDownload และติดตั้งได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

หลังจากติดตั้งเสร็จ ทำการเปิด Application ขึ้นมา

ก่อนที่จะดำเนินการตั้งค่าระบบ เราต้องเปิดเครื่องปรับอากาศให้ทำงานก่อน แล้วกดตั้งค่าบนรีโมทคอนโทร โดยกดปุ่ม [2ndF] บนรีโมท
แล้วกดปุ่ม [Wi-Fi]

เมื่อเปิด Application ขึ้นมา ก็จะเข้ามาสู่หน้าแรก
กดเลือก [Network Setting] หรือ [ตั้งค่าเครือข่าย]

เมื่อเข้ามาสู่หน้านี้ กด [Setting Start] หรือ [ตั้งค่าเริ่มต้น]

แล้วเลือก Router ไร้สายที่ใช้งานอยู่

ทำการป้อนรหัสผ่านของ Router ที่เลือก เมื่อป้อนรหัสเสร็จ กด [OK]

เมื่อมีข้อความ “Transfer complete” หรือ การตั้งค่าการเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์ปรากฏขึ้นมา ให้กด [OK]


หลังจากนั้น ให้สังเกตหน้าจอ LED บนเครื่องปรับอากาศ
หลังจากที่เราดำเนินการตั้งค่าเครือข่ายเสร็จ ผ่านไปประมาณสองนาที หลอดไฟที่อยู่ตรงสัญลักษณ์Wi-Fi จะสว่าง แสดงว่า ขั้นตอนการตั้งค่าเครือข่ายเบื้องต้น ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว สามารถใช้ Galaxy S3ควบคุมเครื่องปรับอากาศได้แล้ว


เสร็จไปแล้ว สำหรับการตั้งค่าเครือข่ายในการเชื่อมต่อเครื่องปรับอากาศ เข้ากับRouter Wi-Fi ผ่านทาง Applicationของ Smart Phone ทั้งระบบปฏิบัติการiOSและ ระบบปฏิบัติการ Android

แต่โดยสรุป...ความคิดเห็นส่วนตัวของผมเอง ผมคิดว่า SmartPhone ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Androidมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากมากนักสามารถตั้งค่าและเชื่อมต่อเครือข่ายได้ง่ายกว่าระบบปฏิบัติการ iOS

การควบคุมเครื่องปรับอากาศ ด้วย SmartPhone
ภายหลังการเชื่อมต่อเครื่องปรับอากาศ เข้ากับ Router Wi-Fi เสร็จแล้ว เราสามารถใช้ Smart Phoneควบคุมการทำงานของเครื่องปรับอากาศผ่านทางApplication ที่ได้ติดตั้งไว้

โดยเมื่อเปิดเข้ามาใน ApplicationSmart Air Conditioner ให้เลือกที่โหมดการควบคุมภายในบ้าน [In-home]


ใน Application อันนี้ เราสามารถสั่ง เปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศ รวมถึงการปรับระดับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 16-30 องศาเซลเซียส (เพิ่มหรือลดที่ละ 1 องศา)
สามารถเลือกโหมดการทำงานได้เป็น Auto – Cool – Dry – Fan –Heat (แต่...เครื่องปรับอากาศที่ใช้ไม่สามารถใช้โหมดทำความร้อนได้)


และการควบคุมผ่าน Smart Phone ยังสามารถใช้งานฟังก์ชั่นเสริมต่างๆได้เหมือนกับการสั่งการจากรีโมทคอนโทรล 
ตัวอย่างเช่น ปรับสปีดพัดลม , ปรับบานสวิง ,เปิดปิดระบบฟอกอากาศ Virus Doctor , โหมดการทำงานSmart Saver , โหมดการทำงานแบบเงียบ ,โหมดd’light Cool , โหมดทำความสะอาดตัวเองAuto Clean , โหมดเพื่อการนอนหลับ Good’ sleep 


การควบคุมเครื่องปรับอากาศเครื่องนี้ ยังสามารถตังค่าเพิ่มเติมในส่วนของเวลาเปิด-ปิด สามารถกำหนดได้ ว่าในรอบสัปดาห์ เราต้องการให้เครื่องทำงานและหยุดทำงาน ในวันและเวลาใดบ้าง

และสำหรับกรณีที่จะนำไปติดตั้งใช้งานมากกว่าหนึ่งเครื่องภายในสถานที่แห่งเดียวกัน ยังสามารถเปลี่ยนในส่วนของชื่อของเครื่องปรับอากาศแต่ละเครื่อง ให้สอดคล้องกับการใช้งานได้อีกด้วย


แต่...การควบคุมด้วย Smart Phone เบื้องต้นนี้สามารถใช้งานได้ในโหมดการควบคุม In-homeเท่านั้นซึ่งสามารถใช้ Smart Phone ควบคุมเครื่องปรับอากาศได้เฉพาะในรัศมีที่สัญญาณWi-Fi ไปถึงเท่านั้น ถ้าอยู่นอกเหนือจากรัศมีที่สัญญาณ Wi-Fiไปถึง โหมดการควบคุม In-home จะไม่สามารถใช้งานได้ 
ต้องใช้การควบคุมจากนอกบ้าน ด้วยโหมด Out-of-home แต่การจะใช้โหมดนี้ได้ จะต้องมีการลงทะเบียนในเว็บไซด์ของผู้ผลิตเสียก่อนมิฉะนั้น...จะไม่สามารถสั่งการควบคุมเครื่องปรับอากาศจากนอกบ้านได้

สำหรับขั้นตอนกรลงทะเบียน และการควบคุมเครื่องปรับอากาศจากระยะไกล สามารถเข้าไปชมได้ตามลิงค์ข้างล้าง