วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

5 วิธีง่ายๆ ให้ SMARTPHONE Speed เร็วดั่งใจนึก BY Samsung

 

 

ลบ App ที่ไม่ได้ใช้งาน

ใช้ Widget เท่าที่จำเป็น

แนะนำให้โหลด App แนว Task Killer

แนะนำให้โหลด App แนว Task Killer
แนะนำให้โหลด App แนว Task Killer
แนะนำให้โหลด App แนว Task Killer
แนะนำให้โหลด App แนว Task Killer

เลือก App ขนาดเล็ก ถ้าเป็นไปได้

เลือกการ์ดหน่วยความจำให้ดี

5 android apps ยอดนิยม สำหรับทำความสะอาด android ของคุณ ให้รวดเร็วขึ้น

โทรศัพท์มือถือ android ก็ เหมือนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ windows หรือ Mac โดยทั่วไป ที่จะต้องได้รับการทำความสะอาด จัดระเบียบไฟล์ ลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นออกจากเครื่อง เพื่อให้เครื่องกลับมามีความรวดเร็วไกล้เคียงกับตอนที่ซื้อมาใหม่มากที่สุด ซึ่งมี android apps หลายตัวที่ทำหน้าที่ตามที่กล่าวมาได้ แต่จะขอแนะนำ android apps ยอดนิยม จำนวน 5 แอพ ให้เอาไปทดลองเปรียบเทียบใช้กันดูครับ สำหรับตัวผมเอง ใช้ History Eraser อยู่ครับ
 
 
 
 
1. History Eraser : มีผู้ใช้มากกว่า 2 ล้านคนทั่วโลก ทำหน้าที่ล้างประวัติการใช้งานของเครื่องโทรศัพท์มือถือ Android ของคุณ เช่น clear cache, delete search suggestions และ features อื่นๆ อีกมากมาย ใช้งานง่ายและรวดเร็วมากครับ
 
2. Android System Cleaner : ทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือ android ของคุณ ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น มี features ที่คล้ายๆ กับ apps ตัวอื่นๆ หน้าตาดูดี ใช้งานง่ายเช่นเดียวกันครับ
 
3. App Cache Cleaner : ทำหน้าที่ทำความสะอาด cache ของแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งบนโทรศัพท์ android ซึ่งเป็นการ clear พื้นที่ rom ทำให้โทรศัพท์ android ของคุณ ประมวลผลได้ดีมากขึ้น
 
4.  1-click cleaner : ได้รับการ rate สูงสุดจากผู้ใช้ android ชื่อของ apps ก็บอกอยู่แล้วว่า 1-click ก็สามารถทำความสะอาด android ของคุณได้ มี features เด่นๆ คือ cache clean, communication clean, deeper clean, trail clean
 
5. History Eraser Pro : แอพพลิเคชั่นแบบโปร แต่ใช้งานได้ฟรี ครับ มี features ที่ สำคัญดังนี้ Applications cache, Browser History, Frequently Called, Missed Call Log, Incoming Call Log, Outgoing Call Log, Android Market Search History, Google Map Search History, GMail Search History, Clipboard, Youtube, Search Shoucuts
 
Android apps ที่แนะนำไปทั้ง 5 ตัวข้างต้น มีลักษณะการทำงานที่คล้ายๆ กันครับ ขึ้นอยู่แล้วแต่ความชอบของแต่ละคน ที่จะเลือกใช้และทดลองใช้กันดูก่อนครับ  

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2557

วิธีตัดและตั้ง Ringtone ลง iPhone ที่ง่ายที่สุดในโลก ชนิดแทบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม

MacStroke.com  วิธีตัดและตั้ง Ringtone ลง iPhone ที่ง่ายที่สุดในโลก ชนิดแทบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม
Ringtone หรือเสียงเรียกเข้าใน iPhone นั้นเป็นปัญหากับผู้ใช้มือใหม่เสมอมาครับ เวลาอยู่นอกบ้าน เรามักจะเห็นคนใช้ Ringtone เดิม ๆ ที่มากับเครื่อง iPhone กันบ่อยทีเดียว
ปัญหานี้มักเกิดจาก “ตัด Ringtone ไม่เป็น” และ “กลัวเอาลงเครื่องแล้วข้อมูลหาย” นี่แหละครับ วันนี้เราจะมาเสนอ “How to” หรือวิธีตัด Ringtone ที่ง่ายที่สุด ชนิดที่ใช้คอมไม่เป็นก็ยังตัดได้ง่าย ๆ กัน

อุปกรณ์ที่ต้องใช้มีดังนี้:
  1. iPhone ของเรา ขาดไม่ได้เลย ไม่มีแล้วจะเอาอะไรตั้ง Ringtone
  2. คอมพิวเตอร์ที่ต่ออินเทอร์เน็ต น่าจะมีกันทุกคนนะครับ
  3. โปรแกรม iTunes บนคอมพิวเตอร์ ใครยังไม่มีก็ดาวน์โหลดมาติดตั้งได้จาก http://www.apple.com/itunes/download/(เข้าไปกดปุ่ม Download ได้เลยครับ ไม่ต้องกรอกอีเมล โหลดเสร็จก็คลิก ๆ ๆ ติดตั้งตามปกติ)
หมดแล้วครับ แค่ 3 อย่าง เชื่อว่าคนใช้ iPhone ต้องมีกันแทบทุกคนอยู่แล้ว
เอาล่ะ มาเริ่มกัน…

1.) เข้าไปที่เว็บนี้

http://cut-mp3.com/


2.) เลือกไฟล์เพลงจากในคอมพิวเตอร์

เมื่อเข้ามาถึงแล้ว จะพบกับหน้าจอตามภาพด้านล่าง ให้จิ้ม “Open file” แล้วเลือกเพลงในคอมพิวเตอร์ ที่เราจะใช้เป็น Ringtone ได้เลย
เว็บนี้ฉลาดมากครับ เราเลือกไฟล์ได้ทุกประเภทเลย จะ MP3, MP4 ไฟล์เพลงหรือไฟล์หนัง มันก็เปิดได้หมด เทพมาก!
MacStroke.com  วิธีตัดและตั้ง Ringtone ลง iPhone ที่ง่ายที่สุดในโลก ชนิดแทบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม(ถ้าไม่เห็นหน้าจอดังนี้ ให้เข้าไปติดตั้ง Adobe Flash Player ที่ http://get.adobe.com/flashplayer/ ก่อนนะครับ แต่เราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องมีติดเครื่องไว้ดู YouTube หรือเล่นเกมบน Facebook กันอยู่แล้วล่ะ)

3.) รออัพโหลดไฟล์..

พอเลือกไฟล์แล้ว ให้รอคอมพิวเตอร์เราอัพโหลดไฟล์สักครู่ครับ จะเร็วจะช้า ขึ้นอยู่กับความเร็วอินเทอร์เน็ตของเรา และขนาดไฟล์ครับ (ใครอุตริเลือกไฟล์หนังมาตัด Ringtone ก็รอกันรากงอกได้เลยครับ)

4.) ได้เวลาตัด Ringtone แล้ว

เมื่อคอมพิวเตอร์อัพโหลดไฟล์เสร็จแล้ว จะเจอหน้าจอแบบนี้ครับ
MacStroke.com  วิธีตัดและตั้ง Ringtone ลง iPhone ที่ง่ายที่สุดในโลก ชนิดแทบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม
ทีนี้ก็เริ่มตัดเพลงได้เลย
  • ลากแถบสีน้ำเงินคลุมบริเวณเพลงท่อนที่ต้องการ ขณะลาก เพลงจะเล่นให้เราฟังไปด้วย
  • ใช้ปุ่มลูกศร ซ้าย <- ขวา -> บนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ปรับตำแหน่งเพลงอย่างละเอียดทีละ 0.1-0.2 วินาทีได้
  • เลื่อนสวิตซ์ Fade in หรือ Fade out ด้านบน เพื่อปรับให้เสียงค่อย ๆ ดังขึ้นตอนเริ่ม หรือเบาลงเมื่อเพลงจบได้
  • iPhone รองรับ RIngtone ยาวสุดที่ 40 วินาทีเท่านั้น ต่อให้ตัดเพลงออกมายาวกว่านี้ มันก็จะเล่นให้แค่ 40 วินาทีครับ
  • *** เมื่อตัดเสร็จแล้ว ให้จิ้ม “iPhone ringtone” ด้านล่าง แล้วกด Cut จากนั้นก็รอโปรแกรมจัดการเพลงให้เรา 
MacStroke.com iphone ringtone button วิธีตัดและตั้ง Ringtone ลง iPhone ที่ง่ายที่สุดในโลก ชนิดแทบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม*** อย่าลืมกดเลือก iPhone ringtone ก่อนเสมอ ***


5.) กด Download ไฟล์ Ringtone มาไว้ในเครื่องได้เลย

MacStroke.com  วิธีตัดและตั้ง Ringtone ลง iPhone ที่ง่ายที่สุดในโลก ชนิดแทบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม

6.) เปิดโปรแกรม iTunes ในคอมพิวเตอร์ของเราขึ้นมา

ไปที่เมนู iTunes > Preferences… (การตั้งค่า…)
(สำหรับคนใช้ Windows ให้กดปุ่ม Alt บนคีย์บอร์ด แล้วคลิก Edit > Preferences… ครับ)
MacStroke.com itunes settings วิธีตัดและตั้ง Ringtone ลง iPhone ที่ง่ายที่สุดในโลก ชนิดแทบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม

จากนั้น ติ๊กถูกในช่อง Ringtones หรือ เสียงเรียกเข้า ตามภาพด้านล่าง ถ้าติ๊กไว้แล้วก็ไม่ต้องทำอะไร
MacStroke.com  วิธีตัดและตั้ง Ringtone ลง iPhone ที่ง่ายที่สุดในโลก ชนิดแทบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม

7.) ทำให้ iTunes แสดง Sidebar

ขั้นตอนต่อไป ไปที่เมนู View > Show sidebar (มุมมอง > แสดงแถบข้าง) ตามภาพ
(สำหรับคนใช้ Windows ให้กดปุ่ม Alt บนคีย์บอร์ดก่อน แล้วคลิก View > Show sidebar เช่นกันครับ)
MacStroke.com  วิธีตัดและตั้ง Ringtone ลง iPhone ที่ง่ายที่สุดในโลก ชนิดแทบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม

8.) ลากไฟล์ Ringtone ที่โหลดมา ลง iTunes

เราจะเห็นแถบด้านข้างเพิ่มขึ้นมาในโปรแกรม พร้อมกับมีหมวดเสียงเรียกเข้า หรือ Ringtones แสดงอยู่ด้วยเหมือนในภาพ ทีนี้ ให้ลากไฟล์ Ringtone ที่เราเพิ่งจะโหลดมา โยนใส่ลงไปใน iTunes แบบนี้เลยครับ
  • หากโยน Ringtone ใส่ iTunes ไม่ได้ ให้กด Ctrl + O (หรือ Command + O สำหรับผู้ใช้ Mac) แล้วเลือกไฟล์ Ringtone ที่เราตัดมาครับ
  • หาก Ringtone เข้าไปอยู่ในหมวดของเพลงแทน แสดงว่าลืมเลือก “iPhone ringtone” ในขั้นตอนที่ 4 ด้านบนครับ
MacStroke.com  วิธีตัดและตั้ง Ringtone ลง iPhone ที่ง่ายที่สุดในโลก ชนิดแทบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม

เวลาคลิกที่แถบด้านข้างใน iTunes ของเราก็จะมี Ringtone แล้ว ตามภาพนี้
MacStroke.com  วิธีตัดและตั้ง Ringtone ลง iPhone ที่ง่ายที่สุดในโลก ชนิดแทบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม

9.) ลาก Ringtone ลง iPhone

ขั้นตอนต่อไป เสียบ iPhone เข้ากับคอม แล้วลากชื่อ Ringtone ในโปรแกรม iTunes ลงไปใน iPhone ของเรา แค่นี้ก็เรียบร้อย ไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลจะหาย เพราะวิธีนี้จะเพิ่ม Ringtone ใส่ iPhone ให้เราอย่างเดียวครับMacStroke.com  วิธีตัดและตั้ง Ringtone ลง iPhone ที่ง่ายที่สุดในโลก ชนิดแทบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม

หรือ หากใครเคยเชื่อมข้อมูล (Sync) ไว้อย่างช่ำชองแล้ว จะกดเชื่อมข้อมูลตามปกติก็ได้ ดังภาพด้านล่าง
แต่ถ้ายังเอา Ringtone ลง iPhone ไม่ได้อีก ให้ลบ Ringtone ทั้งหมดออกจากเครื่อง iPhone ก่อน  แล้วลองลากลงไปใหม่ดูนะครับ
MacStroke.com  วิธีตัดและตั้ง Ringtone ลง iPhone ที่ง่ายที่สุดในโลก ชนิดแทบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม

10.) ตั้ง Ringtone ใน iPhone ของเรา

สุดท้าย กลับไปที่ iPhone ของเรา แล้วจิ้มหน้าจอไปที่ Settings > Sound > Ringtone (การตั้งค่า > เสียง > เสียงเรียกเข้า) แล้วเลือก Ringtone ที่เราเพิ่งลงได้เลย
MacStroke.com  วิธีตัดและตั้ง Ringtone ลง iPhone ที่ง่ายที่สุดในโลก ชนิดแทบไม่ต้องลงโปรแกรมเพิ่ม
ง่ายไหมครับ กับการตัด Ringtone โดยแทบไม่ต้องลงโปรแกรมใด ๆ เลย แบบนี้จะเปลี่ยนเพลงเมื่อไหร่ ก็ทำได้อย่างรวดเร็ว และไม่ต้องเก่งคอมพิวเตอร์แล้วครับ
อ่านจบแล้ว ก็ขอกำลังใจให้คนเขียนเป็น Like 1 ทีด้านล่างนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ^^
หากมีข้อสงสัยหรือแนะนำ ติชมใด ๆ สามารถติดต่อทีมงาน MacStroke ได้ที่ Facebook.com/MacStroke หรือ Twitter @MacStroke ครับ
(บทความนี้เขียนขึ้นเมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2013 โดยทีมงาน MacStroke.com และอัปเดตล่าสุด 26 ส.ค. 2013)

วันอาทิตย์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2557

วิธี Activate เครื่องที่เปิดฟังชั่น Activation Lock ที่มาจาก iOS 7

หลังจากที่เว็บ drama-addict.com นำบทควาทจากเว็บ Macthai ใน หัวข้อเร่ือง รู้จักกับ Activation Lock ฟีเจอร์ใหม่ใน iOS 7 หายนะสำหรับผู้ลงแอพร้านตู้ ซึ่งก็ทำให้หลายๆท่านได้รู้จักกันไปแล้วว่า Activation Lock คืออะไร มีดราม่าอะไร และ JD คือใคร? 

บทความนี้เราไม่ได้จะตามหาว่า JD คือใคร แอพตัวละหมื่นขึ้นมีอะไรบ้าง ^^a แต่จะกล่าวถึง วิธีเปิดเครื่องที่ติด Activation Lock ครับ

ส่วนผู้ทีี่ต้องการทราบว่า iOS 7 มีอะไรมาใหม่บ้าง? << คลิก
Update iOS 7 ตัวเต็ม 
ฟังชั่นของ Activation Lock ถูกรวมเข้ากับ Find My iPhone เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ
Update iOS7 Beta2 <<< สามารถเปิดปิดระบบ Activation Lock ได้แล้วนะครับ





หลังจากที่เครื่อง iOS 7 เปิดใช้งาน Activation Lock แล้ว

1.  เมื่อ เปิด Activation Lock ใน Setting --> iCloud --> Find my iPhone แล้ว ถ้าจะปิด ต้องใส่รหัส Apple ID นั้นๆ   ถึงจะปิดได้


2. ถ้า ไม่ปิด Activation Lock ในเครื่อง iOS 7 แล้วจะ Restore  จะพบปัญหาตามนี้


 2.1   Erase all Content จาก Setting --> General  -->  Reset      หรือ  Remote Wipe จาก icloud.com
  สามารถล้างเครื่องได้ แต่จะ activate เครื่องเข้าใช้ไม่ได้ ไม่ว่าจะ activate ผ่าน WiFi, 3G หรือ iTunes ใน computer ก็ตาม จนกว่าจะใส่ Apple ID และ รหัส ที่เปิดใช้งาน Find my iPhone ของเครื่องนั้นได้ถูกต้อง (ถ้าจำอะไรไม่ได้เลย ก็จบ)   



 2.2  Restore ผ่าน iTunes
    2.2.1 Restore ด้วยการ Click ปกติ หรือ  กด option ( shift ) แล้ว restore
   ไม่สามารถทำได้ โปรแกรม iTunes จะฟ้องว่าให้ไปปิด Activation Lock ในเครื่องก่อน ซึ่งต้องใช้รหัส Apple ID ปิดอยู่ดี
    2.2.3 DFU Restore
    สามารถล้างเครื่องได้ แต่จะ activate เครื่องเข้าใช้ไม่ได้ ไม่ว่าจะ activate ผ่าน WiFi, 3G หรือ iTunes ใน computer ก็ตาม จนกว่าจะใส่ Apple ID และ รหัส ที่เปิดใช้งาน Activation Lock ของเครื่องนั้นได้ถูกต้อง    
    และถึงจะ Downgrade ลงมา 6.1.3 (4)    ก็ติด Activate ตามที่เขียนไปเช่นกัน   


สรุป 
ทำอะไรไม่ได้    หากเครื่องนั้นๆ ถูกรายงานว่าหายจาก icloud.com   เจ้าของจริงจะใส่เบอร์ติดต่อเอาไว้     เบอร์จะปรากฎบนหน้าจอเสมอเวลาเชื่อต่อด้วยสาย USB เข้ากับ iTunes  คุณจะโทรแจ้งหรือเปล่าก็แล้วแต่ขอบเขตของแต่ละท่านครับ

กรณีเครื่องมือสองก็เช่นกันเราทำอะไรไม่ได้ หากจะแนะนำก่อนซื้อ ควรจะ Erase all content ก่อนจ่ายเงินให้ผู้ขาย  เพื่อตรวจสอบว่าติด Activation Lock หรือไม่ครับ

ส่วนดราม่าที่เกิดขึ้นนั้น ถ้าหากว่าร้านรับลงแอพ แอบใส่ Apple iD เข้าไปใน iCloud แล้วเปิด ฟัง ชั่น Activation Lock ทีนี้พอมีอัพเดท iOS 7 ร้านที่คิดไม่ซื่อสามารถสั่งกด Lock เครื่องได้เลย และอ้างว่าต้องอัพเดทถึงจะใช้ได้ โดยคิดค่าบริการ และอะไรจะเกิดขึ้น

หลังจากที่ได้อ่านดราม่าและบทความนี้ไปแล้วผมว่า เรามาสมัคร Apple iD กันเถอะ ^^a

FREE FREE FREE ไม่ต้องเสียเงินครับ
วิธีสมัคร Apple iD @ iCloud ด้วย iPhone,iPod และ iPad (แนะนำ)
วิธีสมัคร Apple ID Free TH Store ด้วย iPhone,iPad,iPod (ใช้เมลเดิมที่มีอยู่ได้เลย)
วิธีสมัคร Apple ID Free US Store ด้วย iPhone,iPad,iPod (สามารถแก้ปัญหาได้เอง)

รื่องควรรู้: วิธีลบข้อมูลบน iPhone, iPad และจัดการกับ Apple ID ก่อนขายเครื่องมือสอง

activation-lock-test
การขาย iPhone, iPad มือสองให้เพื่อน, คนรู้จัก หรือร้านตู้มือถือ หลายคนมีความกังวลว่าเราได้ลบข้อมูลหมดไหม ทั้งรุปภาพ, วิดีโอ รวมถึงข้อมูลต่างๆ ใน Apple ID นอกจากนี้ระบบใหม่บน iOS 7 ทำให้การขายต่อเครื่องยากขึ้นไปอีกด้วย Activation Lock
พอดีมีคุณ @phongjak แฟนเว็บ MacThai ผู้ใจดีได้ทวีตข้อความมาบอกผมว่าน่าจะเขียนบทความเรื่องนี้ด้วยนะ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ ผมก็เลยเห็นตามนั้นครับ โดยในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้กันทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขาย ว่าจะดูอย่างไรว่าอุปกรณ์ iOS ของท่านนั้นหลุดจากวงจร Apple ID ของผู้ใช้รายเก่าไปเรียบร้อยก่อนจะมาถึงผู้ใช้มือใหม่ครับ

ตัด Activation Lock ออก

ถ้าใครยังจำกันได้ MacThai เคยเขียนบทความถึงเรื่อง Activation Lock บน iOS 7 ไปแล้วว่ามันร้ายแรงขนาดไหน (อ่านเพิ่ม: ดราม่า) ซึ่งคราวนี้ก็จะมาดูกันว่า ฝั่งผู้ขายที่จะขายเครื่อง ก่อนจะปล่อยเครื่องออกไปเราต้องทำอะไรบ้าง และฝ่ายผู้ซื้อเครื่องจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้แน่ใจว่าเครื่องนั้นปราศจาก การเชื่อมต่อกับ Apple ID ของผู้ขายอย่างสมบูรณ์
ios-7-activation-lock-turn-on
การตัด Activation Lock ออกจากเครื่องนั้นง่ายนิดเดียว เพียงเข้าไปที่ Settings -> iCloud และ Delete Account ของ iCloud เจ้าของคนเก่าออก ถ้าไม่ตัด Find My iPhone ออก ตัวเครื่องจะไม่สามารถ Restore ได้ หรือถ้า Restore ได้ผ่าน DFU Mode จะติดหน้าต่างด้านบน ถ้าไม่ใส่ Apple ID และรหัสผ่านที่ถูกต้องก็ไม่สามารถใช้เครื่องได้

ตัดการเชื่อมต่อ iTunes in the Cloud

remove-itunes-in-the-cloud-2
เปิด iTunes ดูที่แถบ Quick Links (ลิงก์ลัด) ทางด้านขวา เลือก Account (บัญชี)
remove-itunes-in-the-cloud-1
ดูส่วน iTunes in the Cloud คลิก Manage Devices (จัดการอุปกรณ์)
remove-itunes-in-the-cloud
หลังจากนั้นก็ลบอุปกรณ์ที่เราจะขายออกไปซะ แค่นี้ก็จบครับ เรียบร้อย หมดพันธะกันแล้ว
การตัดอุปกรณ์ออกจากหน้านี้ถือว่าสำคัญ เพราะ Apple ID สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องได้สูงสุด 10 เครื่องเท่านั้น และถึงแม้ว่าผู้ขายจะลบเครื่องออกจาก Apple ID แล้ว ผู้ซื้อก็ยังไม่สามารถเชื่อมต่อ Apple ID ใหม่ได้ (คือเครื่องนั้นจะไม่สามารถใช้ iTunes in the Cloud ได้) ต้องให้เวลาผ่านไป 90 วันก่อนครับ – Apple Support

Erase All Contents and Settings ผู้ซื้อทำต่อหน้าผู้ขาย ให้มั่นใจว่าได้เครื่องใหม่หมดจด

ที่จริงแล้ว การจะปล่อยให้อุปกรณ์มีข้อมูลส่วนตัวของเรา ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์, รูป, อีเมล ฯลฯ ติดไปด้วยตอนขายเครื่องคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ดังนั้นวิธีล้างให้หมดจดหลังจากตัดการเชื่อมต่อทั้ง 2 อย่างด้านบนเรียบร้อยแล้ว คือการ Erase All Content and Settings โดยเข้าไปที่ Settings -> General -> Reset -> Erase All Content and Settings
*เมื่อ Erase All Contents and Settings เสร็จแล้วสามารถเปิดใช้เครื่องได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ แต่จะสามารถทำได้เฉพาะ iOS 5 ขึ้นไปเท่านั้น

วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2557

ติดตั้ง iOS 7 ตอน2 – การทำ Shift + Restore ติดตั้ง iOS อย่างสมบูรณ์ (ต้องนำเครื่องเข้า DFU Mode เพื่อเตรียม restore)


หลังจากที่ชมการเตรียมตัวก่อนอัปเดต iOS 7 ตอนที่ 1 – ด้วยการ Backup ข้อมูล  ไปแล้วขั้นตอนก็จะเป็นการติดตั้ง iOS 7 ลงที่เครื่องโดยใช้การ restore original firmware  โดยจะขอเรียกว่าการ Shift + Restore

เตรียมเครื่องมือ

  • ติดตั้ง iTunes ลงคอมพิวเตอร์ให้เรียบร้อย ดาวน์โหลด iTunes เวอร์ชันล่าสุดที่ http://apple.com/itunes
  • สาย USB สำหรับการซิงก์ข้อมูล
  • ดาวน์โหลด iOS 7 IPSW ตามลิงก์ด้านล่าง

ดาวน์โหลด iOS 7 IPSW สำหรับการ Shift + Restore

*** iOS 7 เวอร์ชันเต็มจะปล่อยวันที่ 18 กย. 56 นี้ หากไม่รีบให้รอก่อน***
ส่วนหากใครต้องการติดตั้ง iOS 7 GM (Golden master version) สามารถติดตั้งได้เช่นกันเท่าที่มีรายงานมาพบว่าตัวนี้ไม่มีวันหมดอายุคาดว่า จะเป็นตัวเดียวกับที่จะปล่อยวันที่ 18 นี้ ดาวน์โหลดได้ที่หน้าดาวน์โหลด iOS 7 GM

ต้องนำเครื่องเข้า DFU Mode เพื่อเตรียม restore

เพื่อความชัวร์ระหว่างการ restore จะได้ไม่เกิด error โดยเฉพาะเครื่องที่เจลเบรคแล้วแนะนำให้เข้า DFU Mode เสียก่อน โดยดูตามวีดีโอด้านล่างนี้

ขั้นตอนการ Shift + Restore

ทบทวนให้ใหม่สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักว่า Shift + Restore มันคือ การกดปุ่ม Shift ที่คีบอร์ดคอมฯ แล้วกด Restore ที่ iTunes (สำหรับ OS X ต้องกด Opt.+Restore แทน) ตามรูป
shift-update-itunes
จากนั้นกดปุ่ม Restore iPhone… ใน iTunes
itunes-restore
จากนั้นจะมีหน้าต่างให้เลือกหาไฟล์ firmware iOS 7 ที่ดาวน์โหลดมา แล้วกด Open select-ipsw
กด Restore
แล้วก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ iTunes ที่จะทำการอัปเดต iOS ใหม่ให้
imod-ss-20130816-003
รอสักพักใหญ่ๆ ให้ iOS 7 ติดตั้งลงที่เครื่อง
หลังเสร็จก็จะเข้าสู่หน้า Welcome เพื่อให้ Activate ตัวเครื่องในอันดับต่อไป
ios7-welcome-screen
เท่านี้ก็ถือว่าเสร็จสิ้นการ Shift + Restore โดยผลที่ได้คือ iOS 7 สดใหม่จาก Apple

การแก้ปัญหาเบื้องต้น.

หากติดปัญหา error ระหว่างการ restore firmware ให้เข้าไปแก้ไขไฟล์ hosts  ที่ C:\Windows\System32\drivers\etc
ขอขอบคุณ www.iphonemod.net

วันพฤหัสบดีที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

แย่แล้วๆ ลืม Password เครื่อง Mac ทำยังไงดี!!



ไม่ต้องตกใจๆ ลืม Password ในเครื่อง ทำให้ลงโปรแกรมไม่ได้ Log-in เข้าเครื่องไม่ได้ ไม่มีปัญหาครับ ให้เราทำตามขั้นตอนนี้นะครับ

1. ให้เอาแผ่น Mac OS X ที่มาพร้อมกับเครื่องที่ซื้อใส่เข้าใน DVD Drive ในเครื่อง หากไม่มีขอให้เป็นแผ่น Mac OS X ที่เป็นรุ่นเดียวกันกับตัวเครื่องก็ได้

2. ให้ทำการ Restart ตัวเครื่อง และเมื่อเครื่อง Restart ใหม่แล้ว ให้กดปุ่ม C ค้างไว้จนกว่าหน้าจอจะขึ้น Spinning Wheel เพื่อให้เครื่องเริ่มบูตจากแผ่น DVD 

howto
3. เมื่อบูตสำเร็จแล้ว จะมีหน้าให้เลือกภาษาต่างๆ ให้เลือกภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ต้องการ

howto

4. ตรงนี้จะมีหน้าจอให้เราเริ่มการติดตั้ง Mac OS X ไม่ต้องสนใจ ให้ไปที่เมนูด้านบนที่ชื่อว่า Utilities เลย เลือกโปรแกรม Reset Password

howto

5. หน้าต่างนี้จะมี Drive ที่เป็นเครื่องของเราให้เลือกที่ Drive นั้น

howto

6. ที่คำสั่ง Select a user of this volume to reset their password ให้เราเลือกบัญชีผู้ใช้ที่ต้องจะเปลี่ยน Password (ข้อควรระวัง: ห้ามเลือก Reset Password ที่ root user)

7. เมื่อเลือกบัญชีรายชื่อที่ต้องการแล้ว ก็สามารถใส่ Password และคำถามกันลืมที่เราต้องการลงไปได้เลย เมื่อใส่ Password ที่ต้องการทั้งหมดแล้วก็กด Save ได้เลย

howto

8. และเพื่อให้การ Reset password นั้นสมบูรณ์แบบมากขึ้น ขอแนะนำให้ทำการ Reset Home Directory Permission and ACLs เพื่อให้ค่าต่างๆของการเข้าถึงไฟล์รับรู้ถึงการ Reset Password ของเราด้วย

9. จากนั้นก็ทำการ Restart เครื่องอีกครั้ง เพียงแค่นี้ Password ก็ reset เรียบร้อยแล้ว

howto

howto

howto

10. เมื่อเครื่องเริ่มบูตใหม่จะพบกับกล่องข้อความให้เราปรับปรุง Password ใหม่ ให้เลือกที่ Update Keychain Password

howto


เห็นมั้ยครับว่าการ Reset password นั้นง่ายนิดเดียวจริงๆ ส่วนแผ่น Mac OS X ของเราขอแนะนำอย่างยิ่งเลยนะครับให้เก็บไว้ในที่ๆปลอดภัย เพราะแผ่น Mac OS X ถ้าตกไปอยู่ที่มือใครที่ไม่ดีก็สามารถที่จะ Reset password ของเราได้ด้วยเหมือนกันนะครับ


แย่แล้วๆ ลืม password เครื่อง Mac ทำอย่างไรดี!



โดย: มาสเตอร์  ไกรวุฒิ    กตัญญูกุล
งาน: กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: www.istudio.in.th