วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

สุดยอดฟรีโปรแกรม Data Recovery (กู้ข้อมูล) ปี 2012


คนใช้คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะพบปัญหา เผลอลบไฟล์หรือข้อมูลที่สำคัญแบบไม่ตั้งใจและจะกู้ไฟล์หรือข้อมูล ซึ่งในท้องตลาดมีอยู่มากมายทั้งเสียเงินและฟรี ซึ่งในความเป็นจริงแล้วโปรแกรมฟรีๆ ที่ดีมีอยู่หลายตัว วันนี้จะมาแนะนำฟรีโปรแกรมด้านกู้ข้อมูลชั้นดีที่เป็นที่นิยมกันในปี 2012 เผื่อคุณเจอปัญหาข้อมูลต้องการกู้กลับมาใหม่จะได้นำมาใช้กัน
MiniTool Power Data Recovery
 
MiniTool Power Data Recovery (Free Edition) เป็นโปรแกรมช่วยกู้คืนไฟล์หรือข้อมูล จากสาเหตุต่างๆเช่น การเผลอลบไฟล์ ฮาร์ดดิสก์โดนฟอร์เมต ไฟล์ติดไวรัส หรือพาร์ทิชั่นของฮาร์ดดิสก์เกิดความเสียหาย เป็นต้น สามารถรองรับอุปกรณ์เก็บข้อมูลหลากหลาย ได้แก่ ฮาร์ดดิสก์ ซีดี ดีวีดี การ์ดความจำ เฟลชไดร์ฟ   และอุปกรณ์เก็บข้อมูลอื่นๆ รองรับการเชื่อมต่อแบบ IDE, SATA, SCSI, USB, Firewire (IEEE1394) พร้อมสนับสนุนระบบไฟล์ที่เป็น FAT12, FAT16, FAT32, VFAT, NTFS, NTFS5, ISO9660, Joliet และ UDF ทั้งนี้ยังสามารถสร้างแผ่นบูตไว้ใช้ยามฉุกเฉิน แต่ต้องไปดาวน์โหลดเวอร์ชัน Bootable Media Builder ตัวนี้มีประโยชน์ในยามที่พาร์ทิชันเกิดเสียหายบูตวินโดวส์ไม่ได้ก็ใช้แผ่นบูตนี้กู้พาร์ทิชันกลับมาได้
ระบบปฏิบัติการ –  Windows 2000 / XP / 2003 / Vista / 2008/ Windows 7 (32/64Bit)
ดาวน์โหลดhttp://www.powerdatarecovery.com/download.html

Recuva
Recuva โปรแกรมกู้ไฟล์ผลผลิตจากค่ายเดียวกันกับโปรแกรม CCleaner โปรแกรมสำหรับใช้ทำความสะอาดไฟล์ขยะและไฟล์ชั่วคราวต่างๆ ของวินโดวส์ ที่เป็นที่นิยมใช้กันทั่วโลก Recuva โปรแกรมยูทิลิตี้แบบฟรีแวร์สำหรับใช้ในการกู้คืน (Recovery) ไฟล์ข้อมูลต่างๆ ที่ถูกลบทั้งโดยตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจบนเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยโปรแกรมนอกจากสามารถกู้ไฟล์ข้อมูลที่ถูกลบจากถังขยะของวินโดวส์แล้ว ยังสามารถกู้ไฟล์รูปภาพ (Picture) ไฟล์มัลติมีเดีย (Multimedia) และไฟล์ต่างๆ ที่ถูกลบจากการ์ดหน่วยความจำ (Memory Card) ของกล้องถ่ายรูปดิจิตอลหรือเครื่องเล่น MP3 และยังสามารถทำการกู้คืนไฟล์ข้อมูลที่ถูกลบ เนื่องจากทำงานที่ผิดพลาดของโปรแกรมที่เรียกว่า การแครช (Crash) ของระบบวินโดวส์ ทั้งนี้ยังกู้ไฟล์ที่ถูกลบโดยไวรัส (Virus) ได้อีกด้วย
ระบบปฏิบัติการ –  Windows 2000 / XP /  Vista / Windows 7 / Windows 8 (32/64Bit)
ดาวน์โหลดhttp://www.piriform.com/recuva/download

TestDisk
 
TestDisk โปรแกรมกู้ข้อมูลที่ไม่เหมือนใครคือโปรแกรมทำงานบนพื้นฐานของ DOS การใช้งานอาจจะยากหรือไม่เข้าใจเท่าไรสำหรับคนที่ไม่เคยใช้ DOS หรือทำงานในโหมด DOS แต่จุดเด่นอยู่ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สูงในการกู้ไฟล์ข้อมูล ทั้งยังสามารถแก้ปัญหาตารางพาร์ทิชันและกู้คืนพาร์ทิชันที่ถูกลบได้ แก้ปัญหาเมื่อ Master File Table (MFT) เสียหายก็สามารถใช้ MFT สำรองแทนได้
ระบบปฏิบัติการ – Multi-platform DOS (ทั้งบน DOS จริง หรือ  Windows 9x DOS Box), Windows ตั้งแต่ NT4, 2000, XP, 2003, Vista, 2008, Windows 7 (ทั้ง x86 & x64 แต่ฟังก์ชันบางตัวจะใช้ไม่ได้), Linux kernel 2.4x , 2.6x i386/x86_64, FreeBSD, NetBSD, OpenBSD, SunOS และ  MacOS X
ดาวน์โหลด – http://www.cgsecurity.org/wiki/TestDisk_Download

แหล่งข้อมูล : http://www.techsupportalert.com/

แชร์ไฟล์ระหว่าง Windows 7 กับ Windows XP


ในปัจจุบันก็เป็นที่ทราบกันแล้วการ ใช้คอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่ายหรือแลนเป็นการใช้ที่กว้างขวาง จะมีใช้ไปทั่วไม่ว่าจะตามบริษัท ห้างร้าน หรือในบ้าน เมื่อมีระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในระบบก็ย่อมมีการแชร์ข้อมูลกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ? แต่วันนี้ที่จะเอาบอกเล่ากันก็เรื่องที่ไม่ปกติของการแชร์ข้อมูล สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในวงแลนเดียวกันที่ใช้โอเอสต่างกัน อย่างเช่น Windows 7 กับ Windows XP ในการที่เครื่อง Windows XP จะแชร์ข้อมูลให้กับเครื่อง Windows 7 นั้นมันเป็นเรื่องง่าย Windows 7 จะ Access เข้าทาง Windows XP ได้ง่ายเพราะระบบของ Windows XP มีระบบป้องกันที่ไม่มากขั้นตอนในการแชร์ ?แต่ในทางกลับกัน ทาง Windows XP จะเข้าไปดูข้อมูลหรือเอาไฟล์ต่างๆจาก Windows 7 ท่านจะได้รับการเตือน is not accessible นั้นเป็นเพราะว่า Service บางตัวในการแชร์ของ Windows 7 ยังปิดอยู่
เรามาเริ่มกันเลยครับ ก่อนอื่นการแชร์ไฟล์ของ Windows 7 และ Windows XP นั้นเครื่องทั้งสองหรือหลายเครื่องต้องอยู่ในวงแลนเดียวกันจะเป็นแบบไร้สาย (Wireless) หรือแบบมีสาย (Wire) ก็ใช้แบบเดียวกัน และ ต้องมีค่า Subnet? Mark เดียวกัน ตัวอย่างของผม
Windows 7 มีค่า IP address 192.168.2.124
Windows XP มีค่า IP address 192.168.2.119
Subnet Mark มีค่า 255.255.255.0
ขั้นตอนตรวจค่า IP Address
1.ที่เครื่อง Windows 7 วิธีการตรวจค่า IP Address และค่า Subnet? Mark ของเครื่องและวงแลนของเราสามารถทำได้ดังนี้
พิมพ์ cmd ลงในช่องว่าง Search ของ Start Menu แล้วกดคีย์ Enter เพื่อเปิดหน้าต่าง Command Prompt จากนั้นที่หน้าต่าง Command Prompt ให้พิมพ์คำสั่ง ipconfig แล้ว Enter ระบบจะรายงานรายละเอียดของเครือข่ายว่ามีเครื่องกำลัง Connect กันเท่าไร และมี IP อะไรบ้าง ให้สังเกตค่า IP ของเครื่องจะอยู่กลุ่มแรกของรายงานในรายการที่เขียนว่า IPv4 Address คือค่า IP ของเครื่อง (ในที่นี่ 192.168.1.124) ถัดมาที่เขียนว่า Subnet Mark คือค่า Subnet Mark (ในที่นี่ 255.255.255.0)

2.ที่เครื่อง Windows XP ให้กดคีย์ โลโก้ Windows + R เมื่อหน้าต่าง Run เปิดออกมาให้พิมพ์ cmd ลงที่ช่องว่าง Open แล้ส Enter เมื่อหน้าต่าง Command Prompt เปิดออกมาก็พิมพ์คำสั่งเดียวเมื่อกับ Windows 7 ในข้อ 1 จะมีการแสดงรายงานออกมาในลักษณะเดียวกันกับ Windows 7
IP Address คือค่า IP ของเครื่อง (ในที่นี่ 192.168.1.119) ถัดมาที่เขียนว่า Subnet Mark คือค่า Subnet Mark (ในที่นี่ 255.255.255.0)

ขั้นตอนตรวจการติดต่อกันระหว่างเครื่อง
3. เรามาทดลองการติดต่อการระหว่างเครื่องในวงแลนกัน? ที่เครื่อง Windows 7 ให้เปิดหน้าต่าง Command Prompt ในวิธีเดียวกันกับ ข้อ 1 แล้วพิมพ์คำสั่ง ping 192.168.2.119 (IP ของเครื่อง Windows XP) จะเห็นว่า Ping หรือติดต่อได้ โดยเครื่อง Windows XP แจ้งสัญญาณการติดต่อกลับมา 4 ชุด ไม่มีการ Lost (0 loss)

4.ที่เครื่อง Windows XP ให้ทำในลักษณะเดียวกันแต่ให้ใช้คำสั่ง ping 192.168.2.124 (IP ของเครื่อง Windows 7) จะติดต่อไม่ได้ระบบรายงานผมเป็น Time out สัญญาณ Lost ทั้ง 4 ชุด (100% loss) นั้นเป็นเพราะ Service บางตัวของ Windows 7 ปิดกั้นการติดต่ออยู่

ขั้นตอนการตั้งค่าแชร์ไฟล์
5.ที่เครื่อง Windows 7 ให้คลิกขวาที่ไอคอนเครือข่ายที่เราใช้อยู่ไอคอนนี้จะอยู่ที่ Taskbar ด้านขวาติดกับนาฬิกา เลือกคำสั่ง Open Network and Sharing Center

6.เมื่อหน้าต่าง Network and Sharing Center เปิดออกมา ?ให้เราดูว่าเครื่อข่ายที่เราใช้อยู่เป็นแบบใด โดยดูที่ View your active networks ในที่นี่เป็น Work network แล้วคลิกที่ Change Advanced sharing settings

7.จะมาที่หน้าต่าง Advanced sharing settings เราจะเห็นว่ามี Network Profiles ให้เลือก 2 Profiles ได้แก่ Home or Work (current profiles) กับ Public ในที่นี่ในเลือก Home or Work (current profiles) ตามที่เราดูจากข้อ 6 ให้คลิกขยายรายการออกมา
8.จะมีหัวข้อต่างๆ ออกมาให้เราตั้งค่า โดยให้คลิกเครื่องจุดหน้ารายการตามนี้
  • Network discovery ? Turn on network discovery เพื่อให้เครื่องอื่น ๆ มองเห็น
  • File and printer sharing ? Turn on file and printer sharing เปิดให้ Share file ได้
  • Public folder sharing ? Turn sharing so anyone with network access can read and write files in the Public folders อนุญาติให้ใครก็ตามใน network สามารถดึงไฟล์ที่เรา Share ไว้ไปใช้งานได้
  • Password protected sharing ? Turn off password protected sharing ไม่ต้องถาม password เวลาใครจะมาดึงไฟล์ที่เรา Share ไว้
เมื่อตั้งค่าเรียบร้อยก็คลิก Save changes

9.เรามาทดลองการเชื่อมต่อจากเครื่อง Windows XP ไปยังเครื่อง Windows 7 โดยใช้คำสั่ง ping 192.168.2.124 ในลักษณแบบข้อ 4 จะเห็นว่าทางเครื่อง Windows 7 อนุญาติให้เครื่อง Windows XP ติดต่อหรือเชื่อมต่อได้แล้ว
ขั้นตอนที่ผ่านมาเป็นการตั้งค่าให้ Windows 7 สามารถ Share ไฟล์ ได้และไม่ถาม password ขั้นตอนต่อไปคือเลือกโฟลเดอร์หรือไดรฟ์ที่ต้องการจะ Share

การแชร์โฟลเดอร์
ขั้นตอนต่อไปนี้จะทำกับโฟลเดอร์ ซึ่งเมื่อเราแชร์โฟลเดอร์ใดแล้ว ถ้ามีโฟลเดอร์ย่อยๆ ที่อยู่ข้างในโฟลเดอร์นี้ลงไปอีกก็ไม่จำเป็นต้องทำโฟลเดอร์นั้นอีก
10.ให้คลิกขวาที่โฟลเดอร์ที่ต้องแชร์ (ในที่นี่เอาโฟลเดอร์ชื่อ Downloads เป็นตัวอย่าง) เลือกคำสั่ง Properties เมื่อหน้าต่าง Properties ของโฟลเดอร์เปิดออกมาให้คลิกที่แท็บ Sharing แล้วคลิกที่ Advanced Setting

11.ต่อมาให้คลิกเครื่องหมายถูกที่ Share this folder แล้วคลิกที่ Permissions เพื่อการกำหนดสิทธิ

12.มาที่หน้าต่างกำหนดสิทธิ ในที่นี่กำหนดให้ Everyone เป็น Full Control โดยเราต้องไปคลิกใส่เครื่องหมายถูกที่ Full Control ภายใต้รายการ Allow แล้วคลิก OK และ OK อีกครั้ง

13.จะกลับมาที่หน้าต่าง Properties ของโฟลเดอร์ตามข้อ 9 ให้คลิกที่ Share

14.จะมาหน้าต่างที่ให้เรากำหนดว่าจะ Share ไฟล์ให้ User คนใด ให้คลิกที่สามเหลี่ยมเล็กๆตรงปุ่ม Add จะมีรายชื่อ User ออกมาให้เลือก ในที่นี่ เลือก Everyone แล้วคลิกปุ่ม Add
15. ชื่อ Everyone จะปรากฎในภายใต้รายการ Name แต่ยังกำหนดสิทธิไว้แค่ Read ให้เรากำหนดใหม่คลิกที่สามเหลื่ยมเล็กๆของรายการ Everyone เลือก Read/Write แล้วคลิกที่ Share

16.ระบบจะทำการจัดระบบการ Share ไฟล์ในโฟลเดอร์นั้นสักครู่ เมื่อเสร็จเรียบร้อยจะปรากฎภาพตามรูป

17.ลองตรวจสอบการ Share ดู ที่เครื่อง Windows XP ให้เปิด My Computer ที่ช่อง Address ให้พิมพ์ IP ของเครื่อง Windows 7 (ในที่นี่ได้แก่ 192.168.2.124) เราจะเข้าเครื่อง Windows 7 ได้ และเห็นโฟลเดอร์ที่ทำการแชร์ (ในที่นี่ได้แก่ Downloads)
การแชร์ไดรฟ์
มาถึงขั้นตอนการแชร์ไดรฟ์ทั้งไดรฟ์แล้วขั้นตอนก็เหมือนกับการแชร์โฟลเดอร์ แต่มีข้อปลีกย่อยเพิ่มอีกนิดหน่อย
18.คลิกขวาที่ไดรฟ์ที่เราจะแชร์ เลือกคำสั่ง Properties เมื่อหน้าต่าง Properties ของไดรฟ์เปิดออกมา ให้คลิกที่แท็บ Sharing แล้วคลิกที่ Advanced Sharing

19.ต่อมาให้คลิกใส่เครื่องหมายถูกที่ Share this folder แล้วคลิก OK

20.จะกลับมาที่หน้าต่าง Properties ของไดรฟ์ ให้เลือกคลิกที่แท๊บ Security แล้วคลิกที่ Edit

21.จะมาที่หน้าต่าง Select Users or Groups ที่ช่องว่างใต้ Enter the object name to select พิมพ์คำว่า Everyone แล้วคลิก OK

22.หน้าต่อมาเป็นหน้าที่ให้กำหนดสิทธิ ให้คลิกเครื่องหมายถูกที่ Full control ภายใต้รายการ Allow คลิก OK ปล่อยให้ระบบจะทำงานสักครู่ เราก็สามารถ Share ไดรฟ์ใน Windows 7 ได้แล้ว


วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556

พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน ของเดิม จาก ประชาไท


กานดา นาคน้อย: ปัญหาของร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน

จาก http://www.prachatai3.info/journal/2013/03/46008 ของเดิมๆ ครับ 
วันนี้รัฐบาลนำร่าง พ.ร.บ.เงินกู้เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งมูลค่า 2 ล้านล้านเข้าอภิปรายในรัฐสภา มูลค่าโครงการนี้สูงถึง 20% ของผลผลิตประชาชาติทั้งปี พอๆ กับงบประมาณรัฐบาลต่อปี
ดิฉันเห็นด้วยกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้วยระบบรถไฟฟ้ารางคู่ รถไฟฟ้าความเร็วสูง และรถไฟฟ้าในเขตกทม.และปริมณฑล แต่ไม่เห็นด้วยกับการ“รีบร้อน”ผ่านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เพื่อระดมทุน เนื่องจากรายละเอียดที่รมว.คมนาคมและผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขน ส่งและจราจร(สนข.)เปิดเผยกับสื่อมวลชนขัดแย้งกับข้อเท็จจริง บางประเด็นก็ขัดแย้งกันเองทั้งๆ ที่เป็นโครงการเดียวกัน หลายประเด็นก็คลุมเครือมาก

1. ในรายการ Wakeup Thailand เมื่อวานนี้ รมว.คมนาคมเสนอว่าประเทศอื่นเขาก็กู้กันแบบนี้ [1]
ข้อเสนอดังกล่าวมีปัญหาดังนี้
1. โครงการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ไต้หวันใช้วิธีให้สัมปทานแบบ Build-Operate-Transfer (BOT) คือเอกชนที่รับสัมปทานเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง บริการจัดการ และเมื่อครบกำหนดสัญญาแล้วก็โอนกิจการและทรัพย์สินคืนแก่รัฐบาล ตั้งแต่ประมูลได้จนทดลองขับเคลื่อนรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ไต้หวันใช้เวลา 8 ปี [2]
2. เกาหลีใต้ตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐและภาคเอกชนเพื่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็ว สูงโดยมีเงื่อนไขให้บริษัทร่วมทุนกู้เองด้วย รัฐบาลเอางบประมาณมารับภาระหนี้สิน 55% ของราคาโครงการเท่านั้น [3] ต่างจากข้อเสนอของร่าง พ.ร.บ.นี้ที่รัฐบาลไทยเอางบประมาณมาแบกรับภาระหนี้สิน 100% (ของค่าราง ค่าเดินรถยังไม่ได้ตัดสินใจ ประเด็นนี้ขอยกไปภายหลัง)
3. ในอดีตที่สหรัฐฯ บริษัทเอกชนระดมทุนทำรถไฟฟ้าข้ามมลรัฐเอง บริษัทที่ขาดทุนโดนรัฐบาลเข้าไปเทคโอเวอร์ให้เป็นรัฐวิสาหกิจในภายหลัง บริษัทที่ไม่ขาดทุนคือบริษัทรถไฟฟ้าที่ขนส่งสินค้า
4. รัฐบาลญี่ปุ่นและอังกฤษลงทุนทำโครงการรถไฟฟ้าทางคู่และรถไฟฟ้าความเร็วสูงเอง แต่เดินรถขาดทุนจนโดนแปรรูป [4] [5]
5.ญี่ ปุ่น เกาหลีใต้ อังกฤษ และทุกประเทศที่มีรถไฟฟ้าความเร็วสูงในยุโรปมีการจัดเก็บภาษีทรัพย์สิน ดังนั้นเจ้าของที่ดินที่มูลค่าสูงขึ้นเพราะอยู่ใกล้เครือข่ายรถไฟฟ้าเสีย ภาษีเข้าคลังมากกว่าเจ้าของที่ดินที่อยู่ไกลจากเครือข่ายรถไฟฟ้า แต่ไทยไม่มีการเก็บภาษีทรัพย์สิน ทำให้การแบกภาระการใช้หนี้ในอนาคตไม่เป็นธรรมเท่าต่างประเทศ ปัจจุบันโครงสร้างภาษีของไทยก็ไม่เป็นธรรมอยู่แล้วเพราะรายได้ภาษีมาจากภาษี ทางอ้อมที่ผลักภาระไปที่ผู้บริโภค (เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีน้ำมัน) มากกว่าภาษีทางตรง (ภาษีเงินได้ส่วนบุคคลและภาษีเงินได้นิติบุคคล)
6. รถไฟฟ้ามหานครในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ลงทุนและบริหารโดยเอกชน รัฐบาลสนับสนุนด้วยการให้กู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด

2. รมว.คมนาคมปฎิเสธข้อเสนอของรัฐบาลจีนซึ่งเสนอให้ร่วมทุนด้วยกันด้วยเหตุผล ที่ว่าตามหลักเศรษฐศาสตร์ไม่มีของฟรีในโลก (No free lunch) จะทำให้มีข้อจำกัดและเงื่อนไขตามมา
ข้อเสนอนี้มีปัญหาดังนี้
1. ไม่มีหลักประกันว่าการลงทุนเอง 100% หรือร่วมทุนกับเอกชนสัญชาติเดียวกันจะทำให้กำไรมากกว่าร่วมทุนกับรัฐบาลต่าง ชาติ ที่สำคัญ เอกชนสัญชาติเดียวกันมีแค่บริษัทบีทีเอสที่มีประสบการณ์ในการบริหารรถไฟฟ้า ไม่มีบริษัทไทยที่มีประสบการณ์บริหารรถไฟฟ้าความเร็วสูง
2. ตราบใดที่ยังอยากบริโภคเทคโนโลยีที่ตนผลิตเองไม่ได้หรือไม่มีเงินมากพอจะไป ซื้อหุ้นบริษัทเจ้าของเทคโนโลยี ความอิสระทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องโรแมนติกเพ้อฝัน ไม่ว่าระดมทุนแบบไหน ซื้อเทคโนโลยีจากประเทศไหนก็ไม่ใช่ของฟรีทั้งนั้น ถ้าฟรีจะต้องกู้ 2 ล้านล้านหรือ? ซื้อเทคโนโลยีจากใครก็จะมีข้อจำกัดและเงื่อนไขด้านการซ่อมแซมและอะไหล่ต่อไป

3. รมว.คมนาคมเสนอว่าโครงการนี้เน้นการทำรางทั้งในเขตกทม. รางคู่ทั่วประเทศและรางรถไฟฟ้าความเร็วสูง ส่วนตัวรถไฟฟ้าอาจจะให้เอกชนเข้ามาลงทุน ต้องไปคิดให้ตกผลึกว่าใครจะเป็นคนเดินรถ
ข้อเสนอดังกล่าวมีปัญหาดังนี้
1. ถ้ายังวางแผนกันไม่เสร็จ ยังไม่ตกผลึกไปถึงจุดที่ว่าเดินรถได้ แล้วสรุปได้อย่างไรว่าจะคิดค่าตั๋วเท่าไรจะลดต้นทุนการขนส่งได้เท่าไร? ถ้าจะทำแบบให้สัมปทานทำไมไม่คิดให้เสร็จไปเลยแบบไต้หวัน? ถ้ายังไม่ตกผลึกก็ไม่จำเป็นต้องออกพ.ร.บ.กู้ล่วงหน้าผูกพันด้วยมูลค่ามหาศาล แบบนี้
2. เมื่อพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรที่จะบริหารรถไฟฟ้าความเร็วสูงในอนาคต พบข่าวในสัปดาห์นี้ว่ายังอยู่ในขั้นเตรียมตัวจัดตั้งบริษัท กระทรวงการคลังจะถือหุ้นใหญ่ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)จะถือหุ้น 5%-10% [8] แต่ไม่พบรายละเอียดว่าบริษัทนี้จะบริหารแต่รางหรือจะบริหารการเดินรถในอนาคตด้วย
3. ขัดแย้งกับบทสัมภาษณ์ของผอ.สนข. เมื่อวันที่ 28 พย. 2555 ผอ.สนข.เสนอว่าจะใช้โมเดลญี่ปุ่น [9] ลักษณะ สำคัญของโมเดลญี่ปุ่นคือไม่แยกรางออกจากบริษัทเดินรถ ผอ.สนข.เสนอด้วยว่าจะบริหารรถไฟฟ้าความเร็วสูงด้วยรัฐวิสาหกิจ เป็นไปได้ว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์อาจจะไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของผอ.สนข. แต่ถ้าผู้สื่อข่าวรายงานไม่ผิดก็แปลว่าสนข.เข้าใจผิด ทั้งๆที่สนข.รับผิดชอบวางแผนโครงการนี้มานาน ไปดูงานกันที่ญี่ปุ่นแต่ผอ.สนข.ยังไม่เข้าใจว่ารัฐบาลญี่ปุ่นแปรรูปรถไฟฟ้า รางคู่และรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เรียกว่าชิงคังเซ็นให้เป็นเอกชน 100% ไปแล้วหลายสายโดยเฉพาะสายสำคัญที่สุดที่เชื่อมโตเกียวและโอซาก้า [10] [11] รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่มีแผนล้มเลิกการแปรรูปสายย่อย(ทั้งรถไฟฟ้าโดยสารและ รถไฟฟ้าขนส่งสินค้า)ที่ยังเป็นรัฐวิสาหกิจ ที่ยังไม่ขายหุ้นเพราะต้องรอจังหวะขายหุ้น แผนการการแปรรูปรถไฟฟ้ารางคู่และรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ญี่ปุ่นเริ่มมา ตั้งแต่ปีพศ. 2530 สาเหตุคือขาดทุนและมีหนี้สินมาก [12] [13] ในขณะที่รถไฟฟ้าในเขตมหานครของเอกชนบริหารได้กำไรดี อย่างไรก็ดี ทั้งก่อนแปรรูปและหลังแปรรูป โมเดลญี่ปุ่นไม่เคยแยกรางออกจากการเดินรถ
5. สหรัฐฯ ก็ไม่แยกรางรถไฟฟ้ารางคู่และการเดินรถออกจากกัน เคยมีความพยายามแยกออกจากกันเพื่อแปรรูปรัฐวิสาหกิจรถไฟฟ้าข้ามมลรัฐแต่ โครงการแปรรูปล้มเลิกไป รัฐวิสาหกิจดังกล่าวเคยเป็นบริษัทเอกชนหลายบริษัทที่รัฐบาลเทคโอเวอร์ให้ เป็นรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ 40 ปีที่แล้ว
6. อังกฤษแยกรางรถไฟฟ้าทางคู่และการเดินรถออกจากกันตอนแปรรูปเป็นเอกชน (เพราะรัฐทำแล้วขาดทุน) แต่สุดท้ายรางก็กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้งแล้วการเดินรถเป็นเอกชน มีปัญหาหลายอย่างจนกระทั่งรัฐบาลเมืองลอนดอนตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้าใต้ดินกลับ คืนมาบริหารเองจนครบทุกสายเมื่อ 3 ปีที่แล้ว [5] ส่วน รถไฟฟ้านอกลอนดอนยังแยกรางและตัวรถต่อไปแม้จะยังมีปัญหาที่แก้ไม่ได้ ประเทศยุโรปที่มีแผนจะแปรรูปกิจการรถไฟก็จับตามองโมเดลอังกฤษว่าจะแก้ปัญหา กันต่อไปอย่างไร
กลับมาที่โมเดลญี่ปุ่นที่กนข.ชื่นชม ญี่ปุ่นรวยกว่าไทยและมีเทคโนโลยีรถไฟฟ้าของตัวเองยังทำรถไฟฟ้าความเร็ว สูง“ทีละสาย” พอวางรางเสร็จเดินรถเลยพลเมืองญี่ปุ่นได้นั่งรถไฟฟ้าความเร็วสูงทีละสาย พลเมืองไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากการวางรางรถไฟฟ้าความเร็วสูงไปทั่วประเทศทุก สาย? ได้ดูรางรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ไม่มีรถวิ่งหรือ?

4. รมว.คมนาคมเสนอว่าจะลดต้นทุนการขนส่งปีละ 2 แสนล้าน
ข้อเสนอนี้มีปัญหาดังนี้
1. คำนวณกันยังไงทั้งๆที่ยังไม่ได้วางแผนจนตกผลึกว่าใครจะรับผิดชอบเดินรถ? เอาตัวเลขประเมินการลดต้นทุนมาจากประเทศอื่นหรือเปล่า? ถ้าเอามาจากประเทศอื่น ประเทศนั้นบริหารด้วยโมเดลไหน?
2. ในทางสถิติตัวเลขนี้น่าจะเป็นค่าเฉลี่ย แล้ว standard error ของการประเมินเท่าไร? ระยะเวลาคุ้มทุนอยู่อยู่ในช่วงเวลากี่ปี?
3. สมมุติว่าเฉลี่ยแล้วลดได้ปีละ 2 แสนล้าน แล้วแบ่งกันยังไง? ลดต้นทุนการขนส่งวัตถุดิบและผลผลิตแล้วจะส่งผ่านส่วนลดไปให้ผู้บริโภค เท่าไร? กลายเป็นรายได้ภาษีเข้าคลังเท่าไร? ผู้ผลิตและ distributor กักกำไรจากการลดต้นทุนไว้กะตัวเท่าไร?
4. คำนวณไปถึงความเสี่ยงด้านราคาของพลังงานไฟฟ้าแล้วหรือยัง? จะเพิ่มการนำเข้าไฟฟ้าแบบมากมายมหาศาล? หรือว่าไทยจะทำโรงไฟฟ้าเพิ่ม?

5. รมว.คมนาคมเสนอว่าอาจจะคุ้มทุนเร็วใช้หนี้ได้เร็วแบบใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ
ข้อเสนอนี้มีปัญหาตรงที่ว่า
1. ส่วนที่จ่ายก่อนกำหนดในเดือนกค.ปี 2546 นั้นคืองวดสุดท้ายและจ่าย 96 ล้านเหรียญสหรัฐ [14] ถ้าคิดด้วยอัตราแลกเปลี่ยนตอนนั้น 42 บาทต่อดอลลาร์แล้วคิดเป็น 4 พันล้านบาท1 ใน 500 ของเงินกู้ 2 ล้านล้านในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เท่านั้น การยกหนี้ไอเอ็มเอฟมาอ้างอิงคือการบิดเบือนข้อมูลเพราะตัวเลขแตกต่างกันถึง 500 เท่า
2. หนี้ไอเอ็มเอฟเป็นหนี้ที่กู้มาเสริมเงินทุนสำรองระหว่างต่างประเทศ โดยกลไกทางเศรษฐศาสตร์แล้วเมื่อเงินบาทตกทำให้ราคาสินค้าไทยได้เปรียบในตลาด โลก เมื่อส่งออกมากขึ้นเงินตราต่างประเทศก็ไหลเข้าประเทศโดยธรรมชาติทำให้ทุน สำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น เมื่อดูสถิติส่งออกตลาดสหรัฐฯซึ่งได้รับอานิสงฆ์จากค่าเงินบาทโดยตรง ยอดส่งออกสุทธิจากไทยพุ่งขึ้นสูงหลังปีที่เงินบาทตกแล้วค่อนข้างคงที่จนถึง ปีที่รัฐบาลทักษิณใช้หนี้ไอเอ็มเอฟงวดสุดท้าย[15] ด้วยเหตุนี้ ยากที่จะบอกว่ารัฐบาลทักษิณทำให้ส่งออกได้มากกว่ารัฐบาลก่อนหน้านั้น

บทสรุป
ดิฉันคิดว่ารมว.คมนาคมและผอ.กนข.ยังตอบโจทย์ไม่เสร็จ ดังนั้นรัฐบาลไม่น่าจะรีบร้อนเสนอร่าง พ.ร.บ.กู้เงินฉบับนี้ในรัฐสภา รมว.คมนาคมเสนอว่าจะดึงภาคเอกชนเข้ามีมีส่วนร่วมในอนาคตเพื่อสร้างความโปร่ง ใส ทั้งๆ ที่ถ้า รมว.คมนาคมอยากดึงใครเข้ามาเพื่อสร้างความโปร่งใสก็ดึงได้เลยตอนนี้ไม่ต้อง รอไปถึงอนาคต ที่สำคัญที่สุดคือดึงผู้เชี่ยวชาญที่กนข.เข้ามาสร้างความโปร่งใสด้านราย ละเอียดของโครงการ และให้เวลาประชาชนทำความเข้าใจและตั้งคำถามกันในวงกว้างก่อนที่จะตัดสินใจ เรื่องวิธีการระดมทุน

ที่มา
[1] http://www.youtube.com/watch?v=eSSbFFcNOhE
[2] http://www.thsrc.com.tw/en/about/ab_comp.asp
[3] http://www.jrtr.net/jrtr40/f08_kim.html
[4] http://www.theatlanticcities.com/commute/2011/10/why-tokyos-privately-owned-rail-systems-work-so-well/389/
[5] http://www.theatlanticcities.com/commute/2012/09/why-britains-railway-privatization-failed/3378/
[6] http://www.theatlanticcities.com/commute/2011/10/why-tokyos-privately-owned-rail-systems-work-so-well/389/
[7] http://www.bloomberg.com/news/2012-08-26/u-s-taxpayers-are-gouged-on-mass-transit-costs.html
[8] http://www.home.co.th/Content/DataDetail/73250
[9] http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1354077994&grpid=00&catid=07&subcatid=0700
[10] http://www.japantimes.co.jp/news/2006/04/06/business/privatization-of-jr-tokai-complete-after-20-years/#.UVP8-Rxqn-o
[11] http://english.jr-central.co.jp/company/ir/factsheets/_pdf/factsheets2012-17.pdf
[12]http://www.jrtr.net/jrtr08/pdf/f04_nak.pdf
[13] http://www.jrtr.net/jrtr47/pdf/f26_Jap.pdf
[14] http://www.imf.org/external/np/sec/pr/2003/pr03131.htm
[15] http://www.census.gov/foreign-trade/balance/c5490.html

Cradit : http://www.prachatai3.info/journal/2013/03/46008 ครับ 
ผมก็อยากจะให้ คนอื่น ได้ เห็น ได้ อ่าน ได้ คิดตาม แบบที่ผมคิดเอาไว้ ก็เลยขอ Copy มาเผื่อ การศึกษา 

พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน


กานดา นาคน้อย: ปัญหาของร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน



เสื้อแดงต้องอ่านของคนเสื้อแดงอย่างคุณกานดา นาคน้อย บ้างนะคะ อย่าโง่ดักด่านเป็นกบในกะลา เบิ่งตามาอ่านของเธอบ้างนะคะ เธอมีข้อมูล เธอมีความรู้ และเข้าใจระบบได้ดี มีเหตุและผล ไม่ใช่ตะแบงสนับสนุนพวกเดียวกันให้ลงเหว ดึงประเทศให้ฉิบหาย ขอชมเชยด้วยใจจริงๆ เสียสละอ่านและแชร์นะคะ
*ปัญหาของร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้าน*


กานดา นาคน้อย
28 มีนาคม 2556
วันนี้รัฐบาลนำร่าง พ.ร.บ.เงินกู้เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งมูลค่า 2 ล้านล้านเข้าอภิปรายในรัฐสภา มูลค่าโครงการนี้สูงถึง 20% ของผลผลิตประชาชาติทั้งปี พอๆ กับงบประมาณรัฐบาลต่อปี
ดิฉันเห็นด้วยกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้วยระบบรถไฟฟ้ารางคู่ รถไฟฟ้าความเร็วสูง และรถไฟฟ้าในเขตกทม.และปริมณฑล แต่ไม่เห็นด้วยกับการ“รีบร้อน”ผ่านร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้เพื่อระดมทุน เนื่องจากรายละเอียดที่รมว.คมนาคมและผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)เปิดเผยกับสื่อมวลชนขัดแย้งกับข้อเท็จจริง บางประเด็นก็ขัดแย้งกันเอง
ทั้งๆ ที่เป็นโครงการเดียวกัน หลายประเด็นก็คลุมเครือมา
1. ในรายการ Wakeup Thailand เมื่อวานนี้ รมว.คมนาคมเสนอว่าประเทศอื่นเขาก็กู้กันแบบนี้ [1]http://www.youtube.com/watch?v=eSSbFFcNOhE
ข้อเสนอดังกล่าวมีปัญหาดังนี้
1. โครงการสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ไต้หวันใช้วิธีให้สัมปทานแบบ Build-Operate-Transfer (BOT) คือเอกชนที่รับสัมปทานเป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง บริการจัดการ และเมื่อครบกำหนดสัญญาแล้วก็โอนกิจการและทรัพย์สินคืนแก่รัฐบาล ตั้งแต่ประมูลได้จนทดลองขับเคลื่อนรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ไต้หวันใช้เวลา 8 ปี [2]http://www.thsrc.com.tw/en/about/ab_comp.asp
2. เกาหลีใต้ตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐและภาคเอกชนเพื่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงโดยมีเงื่อนไขให้บริษัทร่วมทุนกู้เองด้วย รัฐบาลเอางบประมาณมารับภาระหนี้สิน 55% ของราคาโครงการเท่านั้น [3] ต่างจากข้อเสนอของร่าง พ.ร.บ.นี้ที่รัฐบาลไทยเอางบประมาณมาแบกรับภาระหนี้สิน 100% (ของค่าราง ค่าเดินรถยังไม่ได้ตัดสินใจ ประเด็นนี้ขอยกไปภายหลัง)
3. ในอดีตที่สหรัฐฯ บริษัทเอกชนระดมทุนทำรถไฟฟ้าข้ามมลรัฐเอง บริษัทที่ขาดทุนโดนรัฐบาลเข้าไปเทคโอเวอร์ให้เป็นรัฐวิสาหกิจในภายหลัง บริษัทที่ไม่ขาดทุนคือบริษัทรถไฟฟ้าที่ขนส่งสินค้า [3] http://www.jrtr.net/jrtr40/f08_kim.html
4. รัฐบาลญี่ปุ่นและอังกฤษลงทุนทำโครงการรถไฟฟ้าทางคู่และ
รถไฟฟ้าความเร็วสูงเอง แต่เดินรถขาดทุนจนโดนแปรรูป [4] http://www.theatlanticcities.com/commute/2011/10/why-tokyos-privately-owned-rail-systems-work-so-well/389/
และ [5] http://www.theatlanticcities.com/commute/2012/09/why-britains-railway-privatization-failed/3378/
5.ญี่ ปุ่น เกาหลีใต้ อังกฤษ และทุกประเทศที่มีรถไฟฟ้าความเร็วสูงในยุโรปมีการจัดเก็บภาษีทรัพย์สิน ดังนั้นเจ้าของที่ดินที่มูลค่าสูงขึ้นเพราะอยู่ใกล้เครือข่ายรถไฟฟ้าเสียภาษีเข้าคลังมากกว่าเจ้าของที่ดินที่อยู่ไกลจากเครือข่ายรถไฟฟ้า แต่ไทยไม่มีการเก็บภาษีทรัพย์สิน ทำให้การแบกภาระการใช้หนี้ในอนาคตไม่เป็นธรรมเท่าต่างประเทศ ปัจจุบันโครงสร้างภาษีของไทยก็ไม่เป็นธรรมอยู่แล้วเพราะรายได้ภาษีมาจากภาษีทางอ้อมที่ผลักภาระไปที่ผู้บริโภค (เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีน้ำมัน) มากกว่าภาษีทางตรง (ภาษีเงินได้ส่วนบุคคลและภาษีเงินได้นิติบุคคล)
6. รถไฟฟ้ามหานครในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ลงทุนและบริหารโดยเอกชน รัฐบาลสนับสนุนด้วยการให้กู้ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าตลาด[6]http://www.theatlanticcities.com/commute/2011/10/why-tokyos-privately-owned-rail-systems-work-so-well/389/

2. รมว.คมนาคมปฎิเสธข้อเสนอของรัฐบาลจีนซึ่งเสนอให้ร่วมทุนด้วยกันด้วยเหตุผลที่ว่าตามหลักเศรษฐศาสตร์ไม่มีของฟรีในโลก (No free lunch) จะทำให้มีข้อจำกัดและเงื่อนไขตามมา
ข้อเสนอนี้มีปัญหาดังนี้
1. ไม่มีหลักประกันว่าการลงทุนเอง 100% หรือร่วมทุนกับเอกชนสัญชาติเดียวกันจะทำให้กำไรมากกว่าร่วมทุนกับรัฐบาลต่างชาติ ที่สำคัญ เอกชนสัญชาติเดียวกันมีแค่บริษัทบีทีเอสที่มีประสบการณ์ในการบริหารรถไฟฟ้า ไม่มีบริษัทไทยที่มีประสบการณ์บริหารรถไฟฟ้าความเร็วสู
2. ตราบใดที่ยังอยากบริโภคเทคโนโลยีที่ตนผลิตเองไม่ได้หรือไม่มีเงินมากพอจะไปซื้อหุ้นบริษัทเจ้าของเทคโนโลยี ความอิสระทางเศรษฐกิจเป็นเรื่องโรแมนติกเพ้อฝัน ไม่ว่าระดมทุนแบบไหน ซื้อเทคโนโลยีจากประเทศไหนก็ไม่ใช่ของฟรีทั้งนั้น ถ้าฟรีจะต้องกู้ 2 ล้านล้านหรือ? ซื้อเทคโนโลยีจากใครก็จะมีข้อจำกัดและเงื่อนไขด้านการซ่อมแซมและอะไหล่ต่อไป
3. รมว.คมนาคมเสนอว่าโครงการนี้เน้นการทำรางทั้งในเขตกทม. รางคู่ทั่วประเทศและรางรถไฟฟ้าความเร็วสูง ส่วนตัวรถไฟฟ้าอาจจะให้เอกชนเข้ามาลงทุน ต้องไปคิดให้ตกผลึกว่าใครจะเป็นคนเดินรถ
ข้อเสนอดังกล่าวมีปัญหาดังนี้
1. ถ้ายังวางแผนกันไม่เสร็จ ยังไม่ตกผลึกไปถึงจุดที่ว่าเดินรถได้ แล้วสรุปได้อย่างไรว่าจะคิดค่าตั๋วเท่าไรจะลดต้นทุนการขนส่งได้เท่าไร? ถ้าจะทำแบบให้สัมปทานทำไมไม่คิดให้เสร็จไปเลยแบบไต้หวัน? ถ้ายังไม่ตกผลึกก็ไม่จำเป็นต้องออกพ.ร.บ.กู้ล่วงหน้าผูกพันด้วยมูลค่ามหาศาลแบบนี้

2. เมื่อพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับองค์กรที่จะบริหารรถไฟฟ้าความเร็วสูงในอนาคต พบข่าวในสัปดาห์นี้ว่ายังอยู่ในขั้นเตรียมตัวจัดตั้งบริษัท กระทรวงการคลังจะถือหุ้นใหญ่ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)จะถือหุ้น 5%-10% [8]http://www.home.co.th/Content/DataDetail/73250 แต่ไม่พบรายละเอียดว่าบริษัทนี้จะบริหารแต่รางหรือจะบริหารการเดินรถในอนาคตด้วย
3. ขัดแย้งกับบทสัมภาษณ์ของผอ.สนข. เมื่อวันที่ 28 พย. 2555 ผอ.สนข.เสนอว่าจะใช้โมเดลญี่ปุ่น [9] ลักษณะสำคัญของโมเดลญี่ปุ่นคือไม่แยกรางออกจากบริษัทเดินรถ ผอ.สนข.เสนอด้วยว่าจะบริหารรถไฟฟ้าความเร็วสูงด้วยรัฐวิสาหกิจ เป็นไปได้ว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์อาจจะไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของผอ.สนข. แต่ถ้าผู้สื่อข่าวรายงานไม่ผิดก็แปลว่าสนข.เข้าใจผิด ทั้งๆที่สนข.รับผิดชอบวางแผนโครงการนี้มานาน ไปดูงานกันที่ญี่ปุ่นแต่ผอ.สนข.ยังไม่เข้าใจว่ารัฐบาลญี่ปุ่นแปรรูปรถไฟฟ้ารางคู่และรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่เรียกว่าชิงคังเซ็นให้เป็นเอกชน 100% ไปแล้วหลายสายโดยเฉพาะสายสำคัญที่สุดที่เชื่อมโตเกียวและโอซาก้า [10] [11] รัฐบาลญี่ปุ่นยังไม่มีแผนล้มเลิกการแปรรูปสายย่อย(ทั้งรถไฟฟ้าโดยสารและรถไฟฟ้าขนส่งสินค้า)ที่ยังเป็นรัฐวิสาหกิจ ที่ยังไม่ขายหุ้นเพราะต้องรอจังหวะขายหุ้น แผนการการแปรรูปรถไฟฟ้ารางคู่และรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ญี่ปุ่นเริ่มมาตั้งแต่ปีพศ. 2530 สาเหตุคือขาดทุนและมีหนี้สินมาก [12] [13] ในขณะที่รถไฟฟ้าในเขตมหานครของเอกชนบริหารได้กำไรดี อย่างไรก็ดี ทั้งก่อนแปรรูปและหลังแปรรูป โมเดลญี่ปุ่นไม่เคยแยกรางออกจากการเดินรถ
5. สหรัฐฯ ก็ไม่แยกรางรถไฟฟ้ารางคู่และการเดินรถออกจากกัน เคยมีความพยายามแยกออกจากกันเพื่อแปรรูปรัฐวิสาหกิจรถไฟฟ้าข้ามมลรัฐแต่โครงการแปรรูปล้มเลิกไป รัฐวิสาหกิจดังกล่าวเคยเป็นบริษัทเอกชนหลายบริษัทที่รัฐบาลเทคโอเวอร์ให้เป็นรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ 40 ปีที่แล้ว
6. อังกฤษแยกรางรถไฟฟ้าทางคู่และการเดินรถออกจากกันตอนแปรรูปเป็นเอกชน (เพราะรัฐทำแล้วขาดทุน) แต่สุดท้ายรางก็กลับมาเป็นรัฐวิสาหกิจอีกครั้งแล้วการเดินรถเป็นเอกชน มีปัญหาหลายอย่างจนกระทั่งรัฐบาลเมืองลอนดอนตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้าใต้ดินกลับคืนมาบริหารเองจนครบทุกสายเมื่อ 3 ปีที่แล้ว [5] ส่วนรถไฟฟ้านอกลอนดอนยังแยกรางและตัวรถต่อไปแม้จะยังมีปัญหาที่แก้ไม่ได้ ประเทศยุโรปที่มีแผนจะแปรรูปกิจการรถไฟก็จับตามองโมเดลอังกฤษว่าจะแก้ปัญหากันต่อไปอย่างไร
กลับมาที่โมเดลญี่ปุ่นที่กนข.ชื่นชม ญี่ปุ่นรวยกว่าไทยและมีเทคโนโลยีรถไฟฟ้าของตัวเองยังทำรถไฟฟ้าความเร็วสูง“ทีละสาย” พอวางรางเสร็จเดินรถเลยพลเมืองญี่ปุ่นได้นั่งรถไฟฟ้าความเร็วสูงทีละสาย พลเมืองไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากการวางรางรถไฟฟ้าความเร็วสูงไปทั่วประเทศทุกสาย? ได้ดูราง
รถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ไม่มีรถวิ่งหรือ?
4. รมว.คมนาคมเสนอว่าจะลดต้นทุนการขนส่งปีละ 2 แสนล้าน
ข้อเสนอนี้มีปัญหาดังนี้
1. คำนวณกันยังไงทั้งๆที่ยังไม่ได้วางแผนจนตกผลึกว่าใครจะรับผิดชอบเดินรถ? เอาตัวเลขประเมินการลดต้นทุนมาจากประเทศอื่นหรือเปล่า? ถ้าเอามาจากประเทศอื่น ประเทศนั้นบริหารด้วยโมเดลไหน?
2. ในทางสถิติตัวเลขนี้น่าจะเป็นค่าเฉลี่ย แล้ว standard error ของการประเมินเท่าไร? ระยะเวลาคุ้มทุนอยู่อยู่ในช่วงเวลากี่ปี?

3. สมมุติว่าเฉลี่ยแล้วลดได้ปีละ 2 แสนล้าน แล้วแบ่งกันยังไง? ลดต้นทุนการขนส่งวัตถุดิบและผลผลิตแล้วจะส่งผ่านส่วนลดไปให้ผู้บริโภคเท่าไร? กลายเป็นรายได้ภาษีเข้าคลังเท่าไร? ผู้ผลิตและ distributor กักกำไรจากการลดต้นทุนไว้กะตัวเท่าไร?
4. คำนวณไปถึงความเสี่ยงด้านราคาของพลังงานไฟฟ้าแล้วหรือยัง? จะเพิ่มการนำเข้าไฟฟ้าแบบมากมายมหาศาล? หรือว่าไทย
จะทำโรงไฟฟ้าเพิ่ม?
5. รมว.คมนาคมเสนอว่าอาจจะคุ้มทุนเร็วใช้หนี้ได้เร็วแบบใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ
ข้อเสนอนี้มีปัญหาตรงที่ว่า
1. ส่วนที่จ่ายก่อนกำหนดในเดือนกค.ปี 2546 นั้นคืองวดสุดท้ายและจ่าย 96 ล้านเหรียญสหรัฐ [14] ถ้าคิดด้วยอัตราแลกเปลี่ยนตอนนั้น 42 บาทต่อดอลลาร์แล้วคิดเป็น 4 พันล้านบาท1 ใน 500 ของเงินกู้ 2 ล้านล้านในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เท่านั้น การยกหนี้ไอเอ็มเอฟมาอ้างอิงคือการบิดเบือนข้อมูลเพราะตัวเลขแตกต่างกันถึง 500 เท่า
2. หนี้ไอเอ็มเอฟเป็นหนี้ที่กู้มาเสริมเงินทุนสำรองระหว่างต่างประเทศ โดยกลไกทางเศรษฐศาสตร์แล้วเมื่อเงินบาทตกทำให้ราคาสินค้าไทยได้เปรียบในตลาดโลก เมื่อส่งออกมากขึ้นเงินตราต่างประเทศก็ไหลเข้าประเทศโดยธรรมชาติทำให้ทุนสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้น เมื่อดูสถิติส่งออกตลาดสหรัฐฯซึ่งได้รับอานิสงฆ์จากค่าเงินบาทโดยตรง ยอดส่งออกสุทธิจากไทยพุ่งขึ้นสูงหลังปีที่เงินบาทตกแล้วค่อนข้างคงที่จนถึงปีที่รัฐบาลทักษิณใช้หนี้ไอเอ็มเอฟงวดสุดท้าย[15] ด้วยเหตุนี้ ยากที่จะบอกว่า
รัฐบาลทักษิณทำให้ส่งออกได้มากกว่ารัฐบาลก่อนหน้านั้น
บทสรุป
ดิฉันคิดว่ารมว.คมนาคมและผอ.กนข.ยังตอบโจทย์ไม่เสร็จ ดังนั้นรัฐบาลไม่น่าจะรีบร้อนเสนอร่าง พ.ร.บ.กู้เงินฉบับนี้ในรัฐสภา รมว.คมนาคมเสนอว่าจะดึงภาคเอกชนเข้ามีมีส่วนร่วมในอนาคตเพื่อสร้างความโปร่งใส ทั้งๆ ที่ถ้า รมว.คมนาคมอยากดึงใครเข้ามาเพื่อสร้างความโปร่งใสก็ดึงได้เลยตอนนี้ไม่ต้องรอไปถึงอนาคต ที่สำคัญที่สุดคือดึงผู้เชี่ยวชาญที่กนข.เข้ามาสร้างความโปร่งใสด้านรายละเอียดของโครงการ และให้เวลาประชาชนทำความเข้าใจและตั้งคำถามกันในวงกว้างก่อนที่จะตัดสินใจเรื่อง
วิธีการระดมทุน


***ที่มา จากเวปประชาไท ต้องแก๊ฟไว้ก่อน เดี๋ยวแวปเนี้ยมันจะลบถ้าเป็นภัยต่อนายก กิกิ
http://www.prachatai3.info/journal/2013/03/46008
_______________________________
[1] http://www.youtube.com/watch?v=eSSbFFcNOhE

[2] http://www.thsrc.com.tw/en/about/ab_comp.asp

[3] http://www.jrtr.net/jrtr40/f08_kim.html

[4] http://www.theatlanticcities.com/commute/2011/10/why-tokyos-privately-owned-rail-systems-work-so-well/389/

[5] http://www.theatlanticcities.com/commute/2012/09/why-britains-railway-privatization-failed/3378/

[6] http://www.theatlanticcities.com/commute/2011/10/why-tokyos-privately-owned-rail-systems-work-so-well/389/

[7] http://www.bloomberg.com/news/2012-08-26/u-s-taxpayers-are-gouged-on-mass-transit-costs.html

[8] http://www.home.co.th/Content/DataDetail/73250

[9] http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1354077994&grpid=00&catid=07&subcatid=0700

[10] http://www.japantimes.co.jp/news/2006/04/06/business/privatization-of-jr-tokai-complete-after-20-years/#.UVP8-Rxqn-o

[11] http://english.jr-central.co.jp/company/ir/factsheets/_pdf/factsheets2012-17.pdf

[12]http://www.jrtr.net/jrtr08/pdf/f04_nak.pdf

[13] http://www.jrtr.net/jrtr47/pdf/f26_Jap.pdf

[14] http://www.imf.org/external/np/sec/pr/2003/pr03131.htm

[15] http://www.census.gov/foreign-trade/balance/c5490.html

Cradit : facebook  ใจบางบาง ใยไหม หญิงในเชิงบวก แล้วก็ http://www.prachatai3.info/journal/2013/03/46008 ครับ 
ผมก็อยากจะให้ คนอื่น ได้ เห็น ได้ อ่าน ได้ คิดตาม แบบที่ผมคิดเอาไว้ ก็เลยขอ Copy มาเผื่อ การศึกษา และผมได้ ปรับแต่ง ลิ้ค URL สำหรับ 1-15 ให้ด้วยนิดหน่อยนะครับ By Boyziila 

วันพุธที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2556

การเขียน Batch File .Bat

ในหัวข้อนี้ผมจะเขียนถึงคำสั่ง Batch File ที่ไม่ง่ายและไม่ยากแม้มือใหม่ก็สามารถทำได้
ผมจะคัดเอาคำสั่งที่ใช้งานกันบ่อย ๆ และง่าย ๆ แต่ว่าได้ผล เมื่อผมอธิบายหมดแล้วผมจะ
ทำ วีดีโอ ซัก 1 ตัวอย่างเพื่อให้มีความเข้าใจมากขึ้น มาเริ่มกันเลยนะครับ

ในการเขียน Batch File ทุกครั้ง เราจะต้องเขียนใน Notepad (สำหรับผมว่าง่ายดี)
เมื่อเราเขียนคำสั่งตามที่เราต้องการหมดแล้ว ก็ทำการ save นามสกุลเป็น .bat

คำสั่งแรก @Echo
เป็นคำสั่งที่แสดงผล โดย จะ มี on กับ off ตาม on ก็คือให้แสดงหน้าต่ง CMD ส่วน off ก็ตรงกันข้าม
การที่เราจะเขียนคำสั่งใดก็ตามเราต้องเริ่มคำสั่งนี้ก่อนเสมอ เพื่อความชัวหรือป่าว
ตัวอย่างในการเขียน
@Echo on "ให้แสดงหน้าจอ CMD"
Echo THAILAND "ให้แสดงคำว่า THAILAND"
Pause "ให้หยุดการทำงานก่อน ก่อนที่จะทำงานคำสั่งต่อไปเราต้องกด Enter"

คำสั่ง Call
เป็นคำสั่งที่เรียก Batch file หรือ File exe ก็ได้ เพื่อให้ขึ้นมาทำงาน
ตัวอย่างในการเขียน
call c:\virus.bat "จะเป็นการเรียน Virus.bat" ขึ้นมาทำงาน

คำสั่ง Attrib
เป็นคำสั่งที่เป็นการซ่อนคุณสมบัติของไฟล์ให้เป็น Hidden ก็เป็นส่วนหนึ่งไวรัสซ่อนตัวไว้
ส่วนมากถ้าเราจะซ่อนไฟล์ก็จะไปที่ Tool> Folder Options> View> Show Or Not
ตัวอย่างในการเขียน
Attrib +r +h C:\Virus.txt "ให้ไฟล์ Virus.txt มีคุณสมบัติเป็น Hidden"

คำสั่ง Del
เป็นคำสั่งที่สั่งให้มีการลบไฟล์ที่เราต้องการ
ตัวอย่างในการเขียน
Del c:\Virus.txt "ให้ทำการลบ File Virus.txt ที่ไดร์ C:"

คำสั่ง Start
เป็นคำสั่งที่เรียกโปรแกรมขึ้นมาทำงานตามที่เราต้องการ
ตัวอย่างในการเขียน
start/max mspaint "เป็นสั่งให้มีการเปิดโปรแกรม patin ให้มีขนาดเต็มจอ ถ้าต้องการย่อให้ใช้ min"

คำสั่ง Goto
เป็นคำสั่งที่ให้ทำงานตามที่เรากำหนดไว้ส่วนมากจะเป็นลักษณะให้ทำงานวนไปวนมาให้เครื่องทำงานหนักจนเครื่อง
ไม่สามารถที่จะทำงานต่อไปได้หรือว่าค้างไปเลย
ตัวอย่างในการเขียน
:loop
start/min mspaint "เป็นการสั่งให้เปิดโปรแกรม Paint จะกว่าเครื่องจะค้าง"
goto loop

คำสั่ง Format
เป็นคำสั่งที่สังให้ Format Drive ต่าง ๆ ตามที่เราต้องการยกเว้น Drive ที่เก็บ Windows และกำลังรันอยู่
ตัวอย่างในการเขียน
Format D: /q /y "ให้ทำการ Format Drive D: แบบรวดเร็วและตอบตกลงโดยไม่ต้องถาม"



คำสั่ง shutdown
เป็นคำสั่งที่สั่งให้มีการปิด หรือ รีสตาร์ทเครื่อง โดยเราสามารถกำหนดเวลาตามที่เราต้องการได้
ตัวอย่งในการเขียน
Shutdown /s /t 60 /f /c "Shutdown 60 Sec" สังให้ปิดเครื่องอีก 60 วินาที
ความหมายแต่ละพารามิเตอ
/s สั่งให้ปิดเครื่อง
/r สั่งให้ณีสตาร์ทเครื่อง
/t กำหนดระยะเวลาเป็นวินาที
/c แสดงข้อความ

คำสั่ง Tskill
เป็นคำสั่งที่สามารถสั่งปิดการทำงานของโปรแกรได้เลยขณะที่ทำงาน Processes อยู่
ตัวอย่างในการเขียน
Tskill Winamp "ปิดโปรแกรม Winamp"

คำสั่ง Reg
เป็นคำสั่งในการปรับค่า Registry โดยจะมี add และ delete ต่อท้าย Reg (เอาไว้ผมจะมาเขียนเกี่ยวกับ Registry
ให้ละเอียดกว่านี้เดี่ยวเอาตัวอย่างไปก่อนนะครับ)
ตัวอย่างในการเขียน
Reg add
HKCU\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\System /v DisbleTaskMgr /t REG_DWORD /d 1 /f "กำหนดให้มีการสร้าง DisbleTaskMgr"
ความหมายของพารามิเตอร์
/v กำหนดชื่อคีย์
/d กำหนดค่า
/t กำหนดชนิดของคีย์
/f กระทำโดยไม่มีการแจ้งเตือน

คำสั่งข้างบนนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่แค่นี้ก็สามารถที่จะเขียนให้มีความเป็นอันตราย แต่ถ้าเราจะเอาไปใช้ในทางสร้างสรรค์
คำสั่งข้างบนนี้ก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน ถ้าเรารู้จักใช้ไปในทางที่มีประโยชน์ ที่เหลือก็ต่อยอดกันเอาเองนะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

ใครใช้ ทรู ช่วยแชร์หน่อย ครับ ห่วย จริงๆ

ใครใช้ ทรู ช่วยแชร์หน่อย ครับ


มีเรื่องมาเล่าสู่กันฟัง นะครับ คือเมื่อ 3 วันก่อน มี รถของทาง TrueMove นำซิมมาเสนอให้ขาย เป็นซิม 3G นะครับ
เริ่มเรื่องแบบหนังสั้น ไปเลย ก็แล้วกัน นะครับ
_________________________________________________
พนักงานทรู :::: สวัสดีครับ ผมมาจาก TrueShop วันนี้มาเสนอ ซิม 3G จากทาง True ครับ

ผม :::: อ่อครับ (ผมก็เรียกเพื่อนที่เป็นผู้ดูแล ร้าน เพราะ ผม นั่งอยู่แค่หน้าร้านเค้า) เห้ย บี เค้ามาเสนอขายซิม 3G จาก True อ่ะ (แล้วผมก็บอกเค้าว่า)เดี๋ยวเชิญคุยกับผู้จัดการร้านเลย ครับ แล้วผมก็เดินเข้าร้านของผมซึ้ง อยู่ข้างๆ ร้านขายโทรศัพท์ )

พนักงานทรู :::: รับซิม3G จาก True ไว้จำหน่ายไหมครับ (แล้วเค้าก็กำลังจะอ้าปากอธิบาย แต่! (ผมก็ นึกขึ้นได้ เห้ย แถวนี้ 3G มันใช้ไม่ได้ นิ หว่าาาาาา...)

ผม :::: ผมจึงหันหน้ากับไปพูดบอกกับเจ้าหน้าที่ไปว่า เห้ย พี่ 3G หรอ จากTrue ใช่ไหม

พนักงานทรู :::: ครับผมมาจาก TrueShop ห้างฮาเบอร์มอลล์ (ตรงท่าเรือแหลมฉบัง)

ผม :::: เครือข่ายสัญญาณแถวนี้มันใช้ได้หรอครับ ผมว่ามันใช้ไม่ค่อยจะได้ นะครับ

พนักงานทรู :::: (เค้าหยิบโทรศัพท์ เครื่องสี ดำ หน้า จอใหญ่ อย่างกับกระจก ขึ้น มา แล้วก็ ให้ผมดูสัญญาณ )นี้ครับ 3Gก็มีขึ้น

ผม :::: ไหนครับพี่ ผม ซื้อ iPhone5 จาก True มา 2เครื่อง ใช้แทบจะไม่ได้ เลย (ผมไม่ยอมครับ เดินเข้าไปหยิบ iPhone 5 มา ในร้าน) นี้อ่ะครับ สัญญาณขึ้น3 ขีด อยู่ข้างนอกพอคุยได้แต่อยู่ในร้านหรือ ห้องนอน ดับสนิท ขึ้น No Service ตลอด เกือบจะ 100% ครับ

พนักงานทรู :::: อ่อ ตอนนี้ของผมก็ ไม่ขึ้น 3G ละ เดี๋ยวผมจะไป บอกกับทางศูนย์ ให้แล้วกัน นะครับ ว่า บริเวร นี้ ไม่สามารถ ใช้ บริการ 3G ได้

ผม :::: ฝากด้วยนะครับ พอดี แจ้ง เรื่องไป นาน แล้ว แล้วก็ แจ้งเรื่องไปหลายทาง ไม่ได้ เรื่องเลย สักทาง ขอบคุณ นะครับ

_________________________________________________

ที่เขียนมานี้ ผมอยากจะ ให้ ทุกท่านได้ คิดนะครับ

ที่ Shop จะมีบอร์ดบอกเอาไว้ ว่า พื้นที่บริการ ตรงไหนใช้ได้บ้าง หมู่บ้านไหน (แต่พนักงาน ออกมาจากShop ไม่รู้เลยหรืออย่างไร ว่าตรงไหนใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง เคยมาสำรวจ ตรวจสอบกับก่อน ขายหรือเปล่าครับ

ผมติดสัญญา อยู่ กับเครื่อง 5เดือน ลด 50% ถึงจะยกเลิกบริการ ได้ ผมเลย ทำใจ ยอมรับไป ครับ ครบเมื่อไหร่ ไม่ดี ขึ้น ยกเลิกแน่ นอน อินเตอร์ เน็ตก็ดี แต่ 3G ไม่ได้เรื่องเลย ครับ ตรง ที่ผมอยู่

แจ้งเรื่องไปหลาย รอบ ไม่ได้รับความคืบหน้าเลยสักรอบ

ผู้บริหาร อยู่ไหนทำอะไร อยู่ ดู แต่ GDP หรอครับ ว่า จะขึ้นทะลุ ดาวอังคาร หรือไม่ ช่วยมาดูแล คนส่วนล่าง รากหญ้าบ้าง ไม่ใช้ ว่า ขาย แล้ว ขายเลย บริการ หลัง การขาย ห่วยแตก ไม่เคยติดต่อกลับมาเลย

***********ฝากปลักหมุด ด้วย ครับ **************

หากไม่ปลักความจริงนี้ ก็กรุณา ให้ ผู้บริหาร มาช่วยกันดูแลโดยด่วน ด้วย ครับ ผมเคย แจ้งเรื่องไปแล้ว มีอะไร ติดต่อ กับ มาเลย นะครับ

boyjrza@gmail.com

***ข้อควรระวัง พวกมิจฉาชีพ*** อ่านนิดได้ประโยชน์ค่ะ

***ข้อควรระวัง พวกมิจฉาชีพ*** อ่านนิดได้ประโยชน์ค่ะ
ช่วยๆกันแชร์ค่ะ


1) ถ้าหาก... มีใครขอให้ช่วยกด เอทีเอ็ม จงปฎิเสธ....
จงบอกให้เขาไปขอความช่วยเหลือ จาก พนง.ธนาคารดีกว่า ...
เหตุผลคือ " มีกล้อง วงจรปิด ที่หน้าตู้" .... ถ้าบัตรนั้นถูกขโมยมา ภาพของคุณจะปรากฎ แทนหน้าโจร (งานเข้า ละท่าน)

(2) ถ้าหาก... บ้านคุณเกิดไฟดับ แต่เมื่อมองไปไฟข้างๆบ้านยังมี.. จงอย่าผลีผลาม เปิดประตูบ้านออกไป เพื่อตรวจดูมิเตอร์ไฟ
เพราะคุณอาจเจอ คนถือมีด ยืนรอปล้นคุณอยู่ที่หน้าประตู < /FONT>

(3) ถ้าหาก... คุณเห็นเด็กน้อยยืนร้องไห้อยู่ข้างทาง บอกว่าหลงทางและขอให้พาไปส่งบ้าน ตามที่อยู่ในกระดาษเมื่อไปถึงบ้านเด็กที่หลงทาง... คุณจะถูกไฟฟ้าดูด จนหมดสติ เมื่อเอื้อมมือไปจับ ลูกบิดประตู เมื่อได้สต ิ จะพบว่าตนเองอยู่ในสภาพเปลือย ในห้องที่ว่างเปล่า
** การเป็นคนใจดี ในสมัยนี้ ต้องใช้ความระมัดระวังด้วย**

(4) ถ้าหาก... วันหนึ่งมีหญิงแก่ มายืนที่หน้าบ้าน ถือถุงขนมมาด้วย 2 ถุง
.. ตอนแรกคิดว่าเป็นคนในระแวกบ้านเอาขนมมาให้ แต่พอเธอเอ่ยปากพูดจึงรู้ว่า เธอเป็นชาวต่างชาติ เพราะพูดภาษากันไม ่รู้เรื่อง เลยปิดประตู เพราะคิดว่ามาขอเงิน
** ภายหลัง จึงได้รู้ว่า หญิงแก่คนนี้ ได้ปล้นคนบางคน ในระแวกถนนนั้นได้สำเร็จ

(5) ถ้าหาก... มีหญิงแก่ขอร้องให้ช่วยกดเงินให้ ขณะที่กำลังจะถอนเงินทีตู้เอทีเอ็ม ก็มีหญิ?แก่ขอร้องให้ช่วยกดเงินให้เธอ เพราะเธอทำไม่เป็น ...
เวลาเดียวกัน ... จะมีเด็กตัวเล็กมายืนข้างๆ เตรียมจะเอามือไปเตรียมหยิบเงิน"ของคุณ" ขณะที่ หญิงแก่ พยายามดึงความสนใจของคุณไปจากหน้าตู้
* จงระวังและตื่นตัว ขณะกดเงิน และ ระวังคนที่ไม่น่าไว้ใจด้?ย

(6) ถ้าหาก... มีวัยรุ่นมาที่บ้านบอกว่าน้ำมันหมด
คุณแม่ผู้เกษียณแล้วอยู่บ้านเฉย ๆ ได้เล่าให้ฟังว่า..วันหนึ่งมีวัยรุ่นมาที่บ้านบอกว่าน้ำมันหมด แล้วขอกระป๋องโค๊ก เปล่าๆ ใบหนึ่ง เพื่อเอาไปซื้อน้ำมันที่ปั๊ม โดยจะจ่ายให้ 2 ริงกิต ( เงินมาเลย์) = 9.7 x 2 บาท แล้วล้วงกระเป๋าเอาธนบัตร 100 ริงกิต ออกมาให้ .... แล้วให้ท่านทอนเงิน
แต่โชคดีที่ ท่านบอกว่า ไม่เอาเงินค่ากระป๋องเปล่า ให้ฟรี ๆ ( โชคดีมากๆ เพราะเงินนั้นเป็นเงินปลอม ถ้าทอนจะเสียเงินไป 98 ริงกิต

(7) ถ้า??าก... ภรรยาเกิดหายตัวไป
เรื่องนี้เกิดที่บาหลี เมื่อผู้สามีภรรยาที่ไปเที่ยว แล้วภรรยาเกิดหายตัวไป ตอนแรกนึกว่าเล่นกัน แต่หายไปหลายชั่วโมง จนต้องแจ้งให้ตำรวจช่วยตามหา...แต่ก็ไร้ผล
หลายปีต่อมา ... สามีกลับมาบาหลีอีกครั้ง และได้ไปดูโชว์ " ของแปลก" ในบ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง....
เขาไปเห็น มีหีบเหล็กที่สกปรกและขึ้นสนิม.... ในนั้นมี หญิงสาวผู้ ไร้แขนขา .. ทั่วใบหน้าและทั่วร่างเต็มไปด้วยแผลเป็น เมื่อเขาได้มองใกล้ๆ ก็ต้องตกใจ เพราะนั่นคือภรรยาที่หายไปขอ งเขา ทีถูกจับขังเพื่อเป็นขอทาน

(8) ถ้าหาก... ได้ยินเสียงเด็กร้องไห้
ระวัง เสียงเด็กร้องไห้ เพราะคนร้ายจะอัดเทปเสียง เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดประตูออกมา...
มีคนหายไปจากแหล่งชอปปิ้งที่เซี่ยงไฮ้ หาไปเจอเวลาผ่านไปหลายปี ก็มีคนพบว่า เธอกลายเป็นขอทานข้างถนนในกรุงเทพ ในสภาพพิการไร้แขนขาและถูกล่ามโซ่

(10) ถ้าหาก... ไปเข้าห้องน้ำคนเดียว
ระวังเวลาไปเข้าห้องน้ำคนเดียว คุณอาจจะถูกแก๊งค์ขายชิ้นส่วนมนุษย์จับไป โดยยัดไว้ใต้รถเข็นอุปกรณ์ทำความสะอาด



( 11) ถ้าหาก... เจอธนบัตรหล่น
แก๊งค์จะทำเป็นเอาธนบัตรหล่นไว้ล้อหลังของรถคุณแล้วมาเคาะหน้าต่าง เรียกคุณลงไป " เก็บ"เงินทีคุณทำตกไว้เมื่อคุณลงไป คุณจะถูกปล้น !!!


ส่งต่อ...ดีมากๆๆๆ

จากใจจริง


แชร์ มาอีกที ครับ เคดิส ไม่แน่ ใจ

ไม่กลัวเงิบ!?! iPhone 6 หน้าจอ 4.8 นิ้ว ไม่มีปุ่ม home ส่วนผสมที่ลงตัว Vs iPhone 5 : iPhone Plus Concept


iPhone Plus Concept
   iPhone 6 Concept อัพเดทความเคลื่อนไหว ที่สุดของดีไซน์ กับ iTAllNews.com ล่าสุดได้มีการออกแบบ iPhone Plus Concept ที่คาดว่ามีความใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุด โดยมีหน้าจอขนาด 4.8 นิ้ว แบบ  Edge to Edge (ไร้ขอบ) ไม่มีปุ่ม Home และยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของแอปเปิ้ลไว้ โดยเจ้า iPhone Plus นี้คาดว่าจะเป็นหน้าจอของ iPhone 5 ที่กำลังจะออกต่อจาก iPhone 5S ในอนาคต เราไปดูภาพสวยๆ กันเลยครับ 


   iPhone Plus Concept เป็นผลงานการออกแบบของ Steve Hemmerstoffer โดยใช้แนวคิดทั้งหมดที่มีอยู่ ทำการออกแบบ iPhone รุ่นใหม่ขึ้นมาและเค้าได้ทำการตัดปุ่มโฮมออกเพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งาน โดยเค้าได้นำแนวคิดของ iPod Touch Gen 5 และ iPad mini มา ผสมผสานกันอย่างลงตัว และด้วยหน้าจอ 4.8 นิ้วที่มีลักษณะแบบ Edge-to-Edge (ไร้ขอบ) แบบเดียวกันกับที่เคยใช้ใน Motorola RAZR i แถมยงมีการนำมาเทียบกับ iPhone 5 ให้เราได้เห็นความแตกต่างเสียด้วย เอาเป็นว่าเรามาลองดูกันนะครับ ว่าทางแอปเปิ้ลจะสนใจและหยิบจับคอนเซ็ปนี้ไปใช้ในการออกแบบ iPhone 6 หรือจะออกมาเป็น iPhone 5S ในปีนี้หรือไม่ ^^


วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ขายที่ดิน ติดนิคมเหมราช ใกล้โกดัง TPARKเหมราช ถนนบายพาส331 ติดโรงไฟฟ้าอุทัยเหมราช เนื้อที่ 26 ไร่เศษ เจ้าของขายเองครับ โทร093-5789-605 ครับ

https://maps.google.co.th/maps/ms?msid=211230630270395290346.0004d012fa115000686e0&msa=0&ll=13.088607,101.08726&spn=0.002795,0.005284
(ดูพื้นที่ดิน จากดาวเทียมตรงนี้ ได้เลยครับ)เปลี่ยนเบอร์นะครับ

**++ขายที่ดิน ติดนิคมเหมราช ใกล้โกดัง TPARKเหมราช ถนนบายพาส331 ติดโรงไฟฟ้าอุทัยเหมราช เนื้อที่ 26 ไร่เศษ ราคาคุยกันได้หลังไมค์ เจ้าของขายเองครับ


ที่ดินดีไม่ต้องถม ครับ ปรับหน้าดินเฉยๆ ที่ดินเดิมๆ เป็นส่วนมะพร้าว มีปลูกสัปรด ให้คนมาเก็บไปขายบ้างนิดหน่อย ครับ เจ้าของไปดูที่ดินบ่อย ไม่ได้ ปล่อยรกร้างครับ (วันนี้ก็เพิ่งไปมา) เนื้อที่26ไร่ 1 งาน 86 ตรว. ขาย ไร่ล่ะ 1.8-2 ล้าน(ตามที่ตั้งไว้) ราคาสนใจจริงคุยกับผมได้หลังไมค์ นะครับ  ใกล้ ทางเข้าออก ถนน บายพาส 331 ใกล้โกดัง TPARK ติดกับ โรงไฟฟ้า อุทัย เหมราช ครับ ที่ดินสวย หน้ากว้าง ด้านข้างก็ เป็นถนนของ นิคม ครับ สนใจอย่างไร ติดต่อสอบถามได้ครับ สามารถ พาไปดูที่ดินจริงได้ตลอดเวลาครับ ดูรูปเอาล่ะกันนะครับ เพิ่งถ่ายมาได้เกิน 1เดือน สนใจติดต่อ 093-5789-605 089-688-9020













สนใจติดต่อ 093-5789-605 089-688-9020 เปลี่ยนเบอร์ครับ

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556

วิธีแก้ Canon MP258 ขึ้น E05

canon mp287 e05

MP258 ขึ้น E05 อย่าพึ่งซื้อหัวใหม่นะครับ   หาวิธีแก้ได้แล้วครับ

E05

1.เปิดเครื่อง ปริ้น เครื่องฟ้อง E05 แล้วเปิดฝา

2 .ถอดตลับหมึกดำ (810)

3.ทำความสะอาดลายปริ้นให้สะอาด

4. หันลายปริ้นเข้าหาตัวเรา เอาเทปกาวติดตามนี้






รับรองครับได้ผล 100% ไม่ต้องซื้อตลับใหม่

แถมครับ

การใช้งาน canon MP258 พอดีเจอปัญหา error5100 เลยค้นเจอมา
credit:http://www.masterinkjet.com/index.php?type=webboard&add=2&update=1&id=84325


Reset Counter canon MP145,MP150, MP160, MP170, MP180, MP450 and MP460 แบบ Manual
วิธีเคลียร์ซับหมึก (ตัวซับน้ำหมึกเปล่าประโยชน์ต็ม E27)
1. ปิดเครื่อง
2. กดปุ่ม Stop/Reset ค้างไว้ และตามด้วยปุ่ม ON/OFF ค้างตาม
3. ในขณะที่ยังกดปุ่ม ON/OFF ค้างอยู่ ให้ปล่อยมือจากปุ่ม Stop/Reset
4. ยังกดปุ่ม ON/OFF ค้างอยู่ ให้กดปุ่ม Stop/Reset อีก 2 ครั้ง เสร็จแล้วปล่อยมือจากปุ่มทั้ง 2 ปุ่ม
5. ไฟสีเขียวจะกระพริบสักพักแล้วจะหยุด
6. เมื่อไฟกลายเป็นสีเขียวค้าง กดปุ่ม Stop/Reset 4 ครั้ง
7. กดปุ่ม ON/OFF เพื่อปิดปริ๊นท์เตอร์ (บางทีอาจต้องกด 2 ครั้ง เพื่อปิด)
8. เปิดปริ๊นท์เตอร์ ก็จะใช้งานได้ตามปกต

วิธีรีเซตตลับหมึกให้โชว์ สถานะเต็ม เครื่องฟ้อง E16 ให้ทำตามนี้
1.ถอดปลั๊ก เครื่องพิมพ์ออก
2.กดปุ่ม Power ค้างไว้
3.เสียบปลั๊กเครื่องพิมพ์
4.กดปุ่ม Stop/Reset 2 ครั้ง ปล่อยปุ่ม Power (ครั้งที่ 2 ปล่อยปุ่มพร้อมกัน )
5.หน้าจอจะขึ้นเลข ? 0 ? กดปุ่ม ? + ? 1 ครั้ง หน้าจอจะขึ้นเลข ? 1 ?
6.กดปุ่ม Star Color 2 ครั้ง และกดปุ่ม Power 1 ครั้ง รอกระดาษ Test ออกมา 2 แผ่น
กดแล้ว ต้องรอนานหน่อยนะค่ะ รอจนกว่ามันจะพิมพ์
7.เปิดฝาเครื่องพิมพ์ รอหัวพิมพ์เลื่อนมาทางซ้าย กอดปลั๊กออก และถอดตลับหมึกออกทั้งดำและสี
8.ปิดฝาเครื่องพิมพ์ เสียบปลั๊ก แล้วเปิดเครื่อง (กดปุ่ม Power)
9.เครื่องจะเรียกหาตลับหมึก ให้เปิดฝาเครื่องแล้วใส่ตลับหมึกทั้งสอง ปิดฝาหน้าจอขึ้นเลข 1 OK. พร้อมใช้งาน

-----------------------------
ERROR CODE CANON MP258
1. P02  (Carriage  error) : ชุดติดตั้งหัวพิมพ์ หรือ กล่องใส่ตลับหมึก เกิดการติดขัดหรือเกิดความผิดพลาด ซึ่งเกิดจาก  การแปลงสัญญาณ (จานแปรรหัสหรือแปลงสัญญาณ บนจานจะมีหน้าสัมผัสเป็นจุด ๆ เมื่อจุดสัมผัสเลื่อนมาตรงแกนสัมผัสก็จะสร้างสัญญาณบอกไปยังเครื่องพิมพิ์) แต่ถ้าไม่สัมผัสก็จะทำให้ชุดติดตั้งหัวพิมพ์มีปัญหาหรือไม่ทำงาน
แก้ไขโดย :   1.  ตรวจดูว่าไม่มีวัสดุแปลกปลอมติดอยู่บริเวณที่หัวพิมพ์ทำงาน
2.  ทำความสะอาดสายนำเช็คตำแหน่งหัวพิมพ์ (timing slit film คือ สายสีขาวที่อยู่บริเวณด้านหลังชุดกล่องใส่ตลับหมึกเส้นบาง ๆ อาจจะขาดหรือเลอะหมึก
3.  อุปกรณ์ต่างๆ ที่อาจจะต้องเปลี่ยนมีดังนี้
- ชุดติตตั้งหัวพิมพ์  หรือ กล่องใส่ตลับหมึก (carriage  unit)
- สายเช็คตำแหน่งหัวพิมพ์ (timing slit film)สายสีขาวที่อยู่บริเวณด้านหลังชุดกล่องใส่ตลับหมึกเส้นบาง ๆ
- แผงวงจร (logic board)
2. P03 (Line feed  error) : ความผิดพลาดในการส่งสัญญาณการป้อนบรรทัด  line feed (LF)    เป็นสัญญาณบอกให้เครื่องพิมพ์เลื่อนลงไปอีกบรรทัดหนึ่ง หรือ ขึ้นบรรทัดใหม่ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถึงจุดสิ้นสุดของบรรทัด
แก้ไขโดย :  อุปกรณ์ต่างๆ ที่อาจจะต้องเปลี่ยนมีดังนี้
- สายเช็คตำแหน่งหัวพิมพ์ (timing slit disk film)  อยู่ด้านข้างของตัวเครื่อง
- แผงวงจร logic  board
3. P05 (ASF cam sensor error) : sensor การป้อนกระดาษผิดพลาด  ซึ่งความผิดพลาดนี้เกิดขึ้นเมื่อมีการป้อนกระดาษจากถาดกระดาษข้างท้าย คือ  กระดาษไม่ได้รับการป้อนเมื่อมีการสั่งพิมพ์งาน
แก้ไขโดย :  เปลี่ยนอุปกรณ์การใช้งาน  ดังนี้
-  ASF/PE sensor  unit
- Drive unit
- แผงวงจร  logic board
4. P06 (Internal  temperature error) : ความร้อนภายในเครื่องพิมพ์ผิดปกติ
แก้ไขโดย :   เปลี่ยนแผงวงจรใหม่
5. P07  (Ink  absorber full) : ตัวซับน้ำหมึก (ฟองน้ำ) เต็ม
แก้ไขโดย :  เปลี่ยนฟองน้ำใหม่ ทำการ Clear counter
6. P08  (Print head  temperature  rise error) : หัวพิมพ์ร้อนมีอุณหภูมิสูงเกินกว่าค่าที่กำหนด
แก้ไขโดย :  เปลี่ยนตลับหัวพิมพ์ใหม่และ/หรือเปลี่ยน  logic board  ใหม่
7. P09 (EEPROM  error) : หน่วยความจำในเครื่องเกิดข้อผิดพลาด EEPROM ย่อมาจาก electronically erasable programmable read only memory ( แปลว่า หน่วยความจำอ่านอย่างเดียวชนิดโปรแกรมและลบได้ด้วยกระแสไฟฟ้า) เป็นชิป (chip) ชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติตามชื่อ ใช้เป็นหน่วยความจำ หากต้องการแก้ไข จะต้องใช้สัญญาณไฟฟ้าลบ แล้วบันทึกของใหม่ลงไป หน่วยความจำชนิดนี้จะเก็บข้อมูลไว้ได้แม้ว่าจะไม่ใช้ไฟฟ้า
แก้ไขโดย :  เปลี่ยน  logic  board  ใหม่
8. P10  (VH  monitor error) : ค่าศักย์ไฟฟ้าของหัวพิมพ์ผิดปกติ ชุด Step motor ทำงานผิดพลาดหรือมอเตอร์เสีย
แก้ไขโดย :  เปลี่ยนตลับพิมพ์ใหม่ หรือเปลี่ยน  แผงวงจรใหม่
9. P15 (USB VBUS  over current) : กระแสไฟมากเกินไป  ลองถอดสาย USB ออกแล้วเสียบใหม่ถ้าไม่หายให้ลองเปลี่ยนสาย USB ใหม่ ถ้ายังขึ้นเหมือนเดิมแสดงว่าเมนบอร์ดเสีย
แก้ไขโดย :  เปลี่ยน  logic board  ใหม่
10. P20  (Other hardware error) : ความผิดพลาดของ  hardware อื่นๆ
แก้ไขโดย :  เปลี่ยน  logic  board ใหม่
11. P22  (Scanner  error) : สแกนเนอร์ทำงานผิดพลาด
แก้ไขโดย :  เปลี่ยน scanner  unit  ใหม่หรือเปลี่ยน logic  board ใหม่
12.  E04 :  ตลับหมึกหมด แก้ไขโดย  กดปุ่ม Stop/Reset ค้างจนหน้าจอเป็นเลข 1
13.  E16 :  เครื่องไม่ทราบปริมาณน้ำหมึกเครื่องไม่ทำงาน  แก้ไขโดย  กดปุ่ม Stop/Reset ค้างจนหน้าจอเป็นเลข 1
--------------------------------------------

Error code canon MP145,MP150, MP160, MP170, MP180, MP450 and MP460 E2(1000) No paper ไม่มีกระดาษในถาด
E3(1300) Paper jam กระดาษติด
E4(1600) No Ink หมึกหมด แก้ไขโดย กดปุ่ม Stop/Reset ค้างจนเป็นเลข 1
E5(1401) The ink cartridges are not installed or a non-supported ink cartridge is installed or the ink cartridges are not installed properly ถ้าเช็ดทำความสะอาดหน้าสัมผัสแล้วไม่หายก็ต้องซื้อตล ับใหม่ ตลับหมึกยังไม่ได้ใส่ หรือตลับหมึกเสีย
E6 เกิดจาก คอนแทค ระหว่างตลับกับเครื่องพิมพ์สกปรก ทำให้สัญญาณไฟฟ้าเดินไม่สะดวก ใช้แอลกอล์(ควรใช้น้ำยาคอนแทคคลีนเนอร์) เช็ดทำความสะอาด หายได้ สิ่งสกปรกที่พบก็คือหมึกพิมพ์ เช็ดให้สะอาดทั้งสองด้าน คือที่ตลับหมึกและปุ่มที่ติดตั้งตลับหมึกที่เครื่องพ ิมพ์ ทำทั้ง 2 ตลับ
E8(1700) Waste ink absorber full, or platen waste ink absorber full กด OK
E9(2001) The connected digital camera / video camera does not support Camera Direct Printing ช่อง PicBriged ต่อกล้องไม่รองรับกับเครื่อง
E14(1684) The Ink cartridges whose destination are wrong ช่องใส่ตลับหมึกทำงานผิดพลาด ตลับหมึกยังไม่ได้ใส่ หรือตลับหมึกเสีย
E15(1682) Ink cartridge is not installed E16 ? Ink remaining is unknown ตลับหมึกยังไม่ได้ใส่ หรือตลับหมึกเสีย
E16(1686) วัดระดับหมึกในตลับได้ อาการตลับหมึกหมด แก้โดยกด ปุ่ม Stop/Reset ค้างจนเป็นเลข 1
E19 Failed to scan head alignment sheet อาการ สแกนผิดพลาด เกิดจากหัวสแกน ลองเปิด-ปิดเครื่องใหม่
E22(5100) Carriage error ชุดหัวพ่นหมึกติดขัด ถ้าเป็น Tank สายยางอาจจะไปขัดกับ Body ในตัวเครื่อง ให้ปิดเครื่องแล้วแก้ไขโดยจัดสายยางใหม่ แล้วลองเปิดใช้งานดู
E23(6000) Paper feed error ชุด Feed ป้อนกระดาษติดขัด เกิดจากเฟืองในชุด Feed ไม่ลง Lock ต้องแกะมาแก้ไข
E24(5C00) Purge unit error ชุดล้างหัวพ่นเสียหาย
E25(5700) ASF(cam) sensor error
E26(5400) Internal temperature rise error ? อาการหัวพิมพ์ไหม้ หรือตลับหมึกเสีย ลองกด Stop/Reset ค้างไว้หรือ ลองเปลี่ยนตลับหมึกใหม่ถ้าเป็นรุ่น IP จะเป็นอาการ ไฟเหลืองกระพริบ 6 ครั้ง เขียว 1 ครั้ง
E27(5B00/5B01) Waste ink absorber full or platen waste ink absorber full
- ปิดเครื่อง
- กดปุ่ม Stop/Reset ค้างไว้ และตามด้วยปุ่ม ON/OFF ค้างตาม
- ในขณะที่ยังกดปุ่ม ON/OFF ค้างอยู่ ให้ปล่อยมือจากปุ่ม Stop/Reset
- ยังกดปุ่ม ON/OFF ค้างอยู่ ให้กดปุ่ม Stop/Reset อีก 2 ครั้ง เสร็จแล้วปล่อยมือจากปุ่มทั้ง 2 ปุ่ม
- ไฟสีเขียวจะกระพริบสักพักแล้วจะหยุด
- เมื่อไฟกลายเป็นสีเขียวค้าง กดปุ่ม Stop/Reset 4 ครั้ง
- กดปุ่ม ON/OFF เพื่อปิดปริ๊นท์เตอร์ (บางทีอาจต้องกด 2 ครั้ง เพื่อปิด)
- เปิดปริ๊นท์เตอร์ ก็จะใช้งานได้ตามปกติ
E28(5200) Ink cartridge temperature rise error -อาการ ตลับหมึกผิดพลาด ลองเปิด-ปิดเครื่องใหม่
E29(6800) EEPROM error หน่วยความจำในเครื่องผิดพลาด
E33(6B00) Paper feed position error ชุด feed กระดาษติดขัดหรือดูที่ E23
E35(9000) USB Host VBUD overcurrent error ? USB
E37(6D00) Abnormal motor driver error ชุด Step motor ทำงานผิดพลาด หรือมอเตอร์เสีย
E40(6500) Other hardware error
E42(5010) Scanner error
————————————————————————————————————
วิธีเคลียร์ซับหมึก รุ่น ip3000 ip4200 หรือรุ่นที่คล้ายกัน

1. ปิดเครื่อง
2. กดปุ่ม Resume ค้างไว้ และตามด้วยปุ่ม ON/OFF ค้างตาม
3. ในขณะที่ยังกดปุ่ม ON/OFF ค้างอยู่ ให้ปล่อยมือจากปุ่ม Resume
4. ยังกดปุ่ม ON/OFF ค้างอยู่ ให้กดปุ่ม Resume อีก 2 ครั้ง เสร็จแล้วปล่อยมือจากปุ่มทั้ง 2 ปุ่ม
5. ไฟสีเขียวจะกระพริบสักพักแล้วจะหยุด
6. เมื่อไฟกลายเป็นสีเขียวค้าง กดปุ่ม Resume 4 ครั้ง
7. กดปุ่ม ON/OFF เพื่อปิดปริ๊นท์เตอร์ (บางทีอาจต้องกด 2 ครั้ง เพื่อปิด)
8. เปิดปริ๊นท์เตอร์ ก็จะใช้งานได้ตามปกติ
################################################## ###########
Canon MPC190
Reset Waste Ink
1) Enter SERVICE MODE.
By pressing Menu, Copy, Scan, Copy, Copy
2) Select TEST MODE.
3) Select 8 PRINTER TEST in TEST MODE.
4) Select 3. [EEPROM CLEAR].
5) Select 0. [INK COUNT].
6) Press the [Set] key.
7) Press the [Stop/Reset] key (returning to the state of 3)), and then press the [ON/OFF] key.
################################################## ###
ต่อไปเป็นวิธีเคลียค่า error แบบอื่นๆ ของพริ้นเตอร์ Canon ใช้ได้เกือบทุกรุ่น
1.ขณะที่ ปริ้นเตอร์ปิดเครื่องอยู่นั้น ให้กดปุ่ม Resume ค้างไว้ แล้วมากดปุ่ม power ค้างไว้อย่าปล่อย จะมีไฟเขียวปรากฏขึ้น
2.ยังคงค้างปุ่ม power ไว้ แล้วปล่อยปุ่ม Resume
3.ขณะที่ยังคงค้างปุ่ม power ไว้ ให้กดปุ่ม resume 2 ครั้ง และปล่อยปุ่มทั้งคู่ออก
4.เมื่อไฟสัญญาณ power เป็นสีเขียวแล้วให้ กดปุ่ม resume เป็นจำนวนครั้ง
เพื่อเหตุผลต่อไปนี้
1 ครั้ง ไฟส้ม คือ Service test print (พริ้นทดสอบ)
2 ครั้ง ไฟเขียว คือ EEPROM information print (พริ้นสถานะของ EEPROM)
3 ครั้ง ไฟส้ม คือ EEPROM Initialization (การเริ่มต้นค่าปฎิบัติการ EEPROM)
4 ครั้ง ไฟเขียว คือ Waste Ink Counter Resetting (เคลียร์ค่าแผ่นซับหมึก)
5 ครั้ง คือ ไฟส้ม คือ Destination setting (การเข้าเมนูการปรับแต่งตั้งค่าต่างๆ)
6 ครั้ง ไฟเขียว คือ Print head deep cleaning (ล้างหัวพิมพ์ทั้งดำและสี)
7 ครั้ง ไฟส้ม คือ Reserved
8 ครั้ง ไฟเขียว คือ CD/DVD check pattern (ตรวจสอบรูปแบบการพริ้นซีดี)
9 ครั้ง ไฟส้ม คืด CD/DVD print position correct (พริ้นตำแหน่งการพิมพ์ของซีดีในแกนแนวนอน)
10 ครั้ง คือ ไฟเขียว CD/DVD print position correct (พริ้นตำแหน่งการพิมพ์ของซีดีในแกนแนวตั้ง)
11 ครั้ง ถึง 13 ครั้ง ไฟ ส้ม เขียว ส้ม Return to menu selection (กลับไปสู่เมนูหลัก)
14 ครั้ง ไฟเขียว Left margin correct (ปรับแต่งขอบการพิมพ์ด้านซ้าย)
15 ครั้ง ไฟส้ม Return to menu selection (กลับไปสู่เมนูหลัก) 
http://www.chomrom.com/description.aspx?q_sec=123693142

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

LOT2007

โปรแกรมเจ้ามือ หวยรายย่อย (Lot 2007) พัฒนาโดยฝีมือคนไทยครับ Lot 2007 เป็นโปรแกรมที่ใช้เก็บยอดการซื้อหวยเลข 2 ตัว 3 ตัว ในแต่ละงวด โดยโปรแกรมจะทำงานแบบง่ายๆ เมนูไม่ซับซ้อนเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยคล่องด้านการใช้งานคอมพิวเตอร์โดย การป้อนตัวเลขและจำนวนเงินเข้าไปในโปรแกรมโดยตัวโปรแกรมจะรวมตัวเลขให้ อัตโนมัติและสรุปยอดการซื้อในแต่ละชนิด ถ้าป้อนผิดสามารถที่จะกลับมาดูย้อนหลังได้ และสามารถที่จะสั่งปริ๊นซ์ยอดแต่ละยอดได้ทันที นอกจากนี้แล้ว โปรแกรมนี้ยังมีระบบตัดยอดเงินว่าจะเก็บเท่าไหร่หรือจะปล่อยเท่าไหร่โดยตัว โปรแกรม เขียนจากACCESS VBA ดังนั้นเครื่องที่จะรันโปรแกรมได้จะต้องลง Microsoft Access2003 ใน Windows XP ก่อนนะครับ Password เริ่มต้นคือ 1234  แต่สามารถที่จะเปลี่ยนภายหลังได้ครับ